อาหารเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้มากที่สุดในการรักษาไขมันพอกตับ การเปลี่ยนแปลงอาหารอย่างถูกต้องช่วยลดไขมันในตับได้ชัดเจนภายใน 3-6 เดือน โดยไม่ต้องพึ่งยา
อ่านเพิ่มเติม: ไขมันพอกตับหลักการสำคัญก่อนดูรายการอาหาร
สิ่งที่ทำให้ไขมันสะสมในตับมากที่สุดไม่ใช่ไขมันในอาหารโดยตรง แต่คือ น้ำตาลและแป้งขัดขาว ตับเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเป็นไขมันสะสมได้โดยตรง ดังนั้นการลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดขาวจึงสำคัญกว่าการลดไขมันในอาหาร
อ่านเพิ่มเติม: สิ่งที่ทำให้ไขมันสะสมในตับมากที่สุดไม่ใช่ไขมันในอาหารโดยตรงอาหารที่ช่วยลดไขมันในตับ
ผักและผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ
ผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง คะน้า ผักกาด บรอกโคลี และผักโขม มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในตับ และมีใยอาหารสูงที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล
ผลไม้ที่กินได้ดี ได้แก่ มะเขือเทศ อะโวคาโด มะนาว และผลไม้ตระกูลเบอร์รี ซึ่งมีน้ำตาลต่ำและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อะโวคาโดมีไขมันดีที่ช่วยลดการอักเสบในตับโดยตรง
ปลาและโปรตีนที่ดีต่อตับ
ปลาทะเลที่มีไขมันโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล และปลาซาร์ดีน ช่วยลดการอักเสบในตับและลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด งานวิจัยพบว่าการกินปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ช่วยลดไขมันในตับได้อย่างมีนัยสำคัญ
ปลาน้ำจืดอย่างปลานิล ปลาดุก และปลาช่อนก็เป็นแหล่งโปรตีนดีที่มีไขมันต่ำกว่าเนื้อแดงมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโปรตีนในราคาที่เข้าถึงได้
ถั่วและเมล็ดพืช
ถั่วอัลมอนด์ ถั่วเปลือกแข็ง วอลนัท และเมล็ดเจียมีไขมันดีและวิตามินอีที่ช่วยปกป้องเซลล์ตับจากการอักเสบ การกินถั่วเป็นของว่างแทนขนมหวานช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดไขมันในตับได้ในระยะยาว
ถั่วเหลือง เต้าหู้ และนมถั่วเหลืองที่ไม่เติมน้ำตาลก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและมีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดไขมันในตับได้
ไขมันดีจากพืช
น้ำมันมะกอก Extra Virgin มีกรดไขมันโอเลอิกและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการสะสมไขมันในตับ ใช้ราดบนอาหารหรือผัดด้วยไฟอ่อนได้
น้ำมันมะพร้าวที่หลายคนเชื่อว่าดีต่อตับ จริงๆ แล้วยังมีข้อมูลไม่ชัดเจนนัก และมีไขมันอิ่มตัวสูง ควรใช้ในปริมาณน้อย
คาร์โบไฮเดรตดี
ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต และธัญพืชไม่ขัดสีมีใยอาหารสูงที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ลดการสะสมไขมันในตับได้ดีกว่าข้าวขาวและแป้งขัดขาวมาก
กล้วย มันเทศ และฟักทองเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดีกว่าข้าวขาว เพราะมีใยอาหารและสารอาหารสูงกว่า
เครื่องดื่มที่ดีต่อตับ
กาแฟดำที่ไม่เติมน้ำตาลมีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงว่าช่วยลดความเสี่ยงตับแข็งและลดการอักเสบในตับได้ การดื่มกาแฟดำ 2-3 แก้วต่อวันสัมพันธ์กับค่าเอนไซม์ตับที่ดีขึ้น
ชาเขียวมีสารคาเทชินที่ช่วยลดการสะสมไขมันในตับ ดื่มได้วันละ 2-3 แก้วโดยไม่เติมน้ำตาล
น้ำเปล่าและน้ำมะนาวสดช่วยให้ตับกำจัดของเสียได้ดีขึ้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร






