พ่อแม่หลายคนสงสัยว่าลูกต้องการวิตามิน D เด็ก มากแค่ไหน ขาดแล้วเป็นยังไง และควรเสริมจากแหล่งไหนดีที่สุด สารอาหารตัวนี้สำคัญต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและฟันมากกว่าที่หลายคนคิด บทความนี้จะอธิบายบทบาทที่สำคัญ สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจขาด ปริมาณแนะนำตามช่วงอายุ แหล่งที่มาที่เหมาะสม และเมื่อไหร่ที่ควรพาไปตรวจ
บทบาทวิตามิน D เด็ก ต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน
กระดูกและฟันของเด็กต้องการแคลเซียมในปริมาณสูงตลอดช่วงการเจริญเติบโต แต่แคลเซียมจะถูกดูดซึมได้ดีก็ต่อเมื่อมีวิตามิน D ทำหน้าที่กระตุ้นลำไส้ให้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือด
ในวัยทารกและเด็กเล็ก กระดูกยังอยู่ระหว่างการสร้างมวล การขาดสารตัวนี้ในช่วงนี้จึงส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากกระดูกและฟัน มันยังมีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานของกล้ามเนื้อ และพัฒนาการโดยรวมของเด็กด้วย
สัญญาณขาดวิตามิน D ในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้
เด็กที่ขาดสารนี้มานานอาจมีสัญญาณที่สังเกตได้จากภายนอก ที่พบบ่อยได้แก่
- ขาโก่ง หรือกระดูกอ่อน — เกิดจากมวลกระดูกที่ไม่แข็งแรงพอรองรับน้ำหนักตัว พบในภาวะที่เรียกว่าโรคกระดูกอ่อน (rickets)
- กระหม่อมปิดช้ากว่าปกติ — ในทารกอาจสังเกตได้จากกระหม่อมที่ยังนุ่มหรือปิดไม่สนิทตามวัย
- ฟันขึ้นช้าหรือฟันไม่แข็งแรง — เคลือบฟันบางกว่าปกติ เสี่ยงผุง่ายกว่าวัยเดียวกัน
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง — เด็กอาจเหนื่อยเร็ว ไม่ค่อยอยากวิ่งเล่น หรือเดินได้ช้ากว่าที่ควรตามพัฒนาการ
- ติดเชื้อบ่อย — โดยเฉพาะทางเดินหายใจ เพราะระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่
ปริมาณวิตามิน D ที่แนะนำตามช่วงอายุเด็ก
- ทารก 0-12 เดือน — 400 IU ต่อวัน โดยเฉพาะทารกที่กินนมแม่ล้วน เพราะน้ำนมแม่มีสารตัวนี้น้อยมาก
- เด็ก 1-18 ปี — 600 IU ต่อวัน ซึ่งได้รับจากอาหาร แดด และอาหารเสริมร่วมกัน
สำหรับทารกที่กินนมแม่ล้วน กุมารแพทย์มักแนะนำให้เสริมแบบหยดตั้งแต่อายุไม่กี่วันแรก เพราะน้ำนมแม่มีปริมาณน้อยมากจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของทารก
แหล่งที่มาที่เหมาะกับเด็ก
- นมเสริมสำหรับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป — นมวัวและนมสูตรส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการเสริมวิตามิน D มาแล้ว แต่ควรอ่านฉลากเพื่อตรวจสอบปริมาณ
- แดดอ่อน — สำหรับเด็กโตที่ 1 ปีขึ้นไป การออกแดดช่วงเช้า 10-15 นาที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยให้ผิวสร้างสารตัวนี้ได้เอง แต่ทารกอ่อนไม่ควรโดนแดดตรงๆ
- อาหาร — เช่น ไข่แดง ปลาที่มีไขมัน เห็ดที่ผ่านการฉายแสง UV เป็นแหล่งที่ดีสำหรับเด็กโตที่กินอาหารหลากหลายได้แล้ว
- อาหารเสริมแบบหยดหรือแบบเคี้ยว — เหมาะสำหรับทารก เด็กเล็ก หรือเด็กที่กินอาหารไม่หลากหลาย
เมื่อไหร่ที่พ่อแม่ควรพาลูกไปตรวจวิตามิน D เด็ก
สัญญาณที่บ่งบอกว่าควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
- ลูกมีขาโก่งหรือกระดูกดูผิดรูป
- กระหม่อมปิดช้าผิดปกติสำหรับวัย
- ลูกอ่อนแรง เดินได้ช้า หรือพัฒนาการล่าช้า
- ลูกกินนมแม่ล้วนโดยไม่ได้รับอาหารเสริม และไม่ได้รับแดดเลย
- ลูกป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยผิดปกติ
การตรวจทำได้โดยเจาะเลือดหาค่า 25-hydroxyvitamin D ซึ่งแพทย์จะนำมาประกอบการวินิจฉัยและกำหนดปริมาณอาหารเสริมที่เหมาะสม ไม่ควรเพิ่มปริมาณเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะเด็กมีความเสี่ยงจากการกินเกินขนาดมากกว่าผู้ใหญ่
สรุปแล้ว วิตามิน D เด็ก สำคัญมากในช่วงวัยที่กระดูกและฟันกำลังสร้างมวล การขาดในวัยนี้อาจส่งผลระยะยาวที่แก้ไขได้ยากหากปล่อยไว้นาน พ่อแม่ควรดูแลให้ลูกได้รับจากอาหาร แดด และอาหารเสริมตามความเหมาะสมในแต่ละวัย
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q: ทารกที่กินนมแม่ล้วนต้องการวิตามิน D เสริมไหม?
A: ใช่ กุมารแพทย์แนะนำให้เสริมแบบหยด 400 IU ต่อวันตั้งแต่อายุไม่กี่วันแรก เพราะน้ำนมแม่มีปริมาณน้อยมากจนไม่เพียงพอ
Q: เด็กที่ดื่มนมผงสูตรอยู่แล้วยังต้องเสริมอีกไหม?
A: นมผงสูตรส่วนใหญ่มีเสริมมาแล้ว ควรอ่านฉลากและปรึกษากุมารแพทย์ว่าปริมาณที่ได้รับรวมจากนมสูตรเพียงพอตามเกณฑ์ 400 IU ต่อวันหรือไม่
Q: เด็กตากแดดได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
A: ทารกอ่อนไม่ควรโดนแดดตรงๆ เด็กที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปสามารถออกแดดอ่อนได้ในช่วงเช้าเป็นเวลาสั้นๆ โดยหลีกเลี่ยงแดดแรงช่วงกลางวัน
Q: วิตามิน D เกินขนาดอันตรายกับเด็กไหม?
A: อันตรายกว่าผู้ใหญ่ ไม่ควรให้เกินขนาดที่แพทย์แนะนำ อาการของการกินเกิน ได้แก่ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร กระหายน้ำมาก หากสงสัยควรพาไปพบแพทย์ทันที
Q: โรคกระดูกอ่อนในเด็กป้องกันได้ไหม?
A: ป้องกันได้โดยให้เด็กได้รับวิตามิน D อย่างเพียงพอตั้งแต่วัยทารก โดยเฉพาะเด็กที่กินนมแม่ล้วนและไม่ได้รับแดด ควรเสริมแบบหยดตามคำแนะนำของแพทย์
References
องค์กรสุขภาพระดับสากล
- American Academy of Pediatrics. (2022). Vitamin D Supplementation for Infants. aap.org
- National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. (2024). Vitamin D — Fact Sheet for Health Professionals. nih.gov
- Mayo Clinic Staff. (2023). Vitamin D Deficiency in Children. mayoclinic.org
- Cleveland Clinic. (2024). Rickets: Symptoms, Causes, Treatment. clevelandclinic.org
หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศไทย
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). วิตามินดีกับสุขภาพเด็ก. anamai.moph.go.th






