เมื่อหายใจไม่อิ่มขึ้นมาฉับพลัน สิ่งแรกที่หลายคนทำคือตื่นตระหนกและหายใจเร็วขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วทำให้อาการแย่ลง การรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยให้ผ่านพ้นอาการได้เร็วขึ้นและปลอดภัยกว่า
สิ่งที่ควรทำทันที
หยุดทุกอย่างและเปลี่ยนท่า
ทันทีที่รู้สึกหายใจไม่อิ่ม ให้หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่และเปลี่ยนไปอยู่ในท่าที่ช่วยให้หายใจได้ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: หายใจไม่อิ่มท่านั่งตัวตรงและเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย — นั่งบนเก้าอี้ วางมือบนเข่า เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ท่านี้เปิดช่องอกให้กว้างขึ้นและลดแรงกดต่อกะบังลม ช่วยให้หายใจได้ลึกขึ้น
ยืนพิงกำแพงหรือโต๊ะ — ถ้าไม่มีที่นั่ง ให้ยืนพิงกำแพง วางมือบนโต๊ะหรือเก้าอี้ เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ท่านี้ช่วยให้กล้ามเนื้อช่วยหายใจทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ห้ามนอนราบทันที — การนอนราบจะทำให้อวัยวะในช่องท้องดันกะบังลมขึ้น ลดความจุปอด และทำให้หายใจไม่อิ่มแย่ลง โดยเฉพาะถ้าสาเหตุมาจากหัวใจหรือกรดไหลย้อน
ควบคุมการหายใจให้ช้าลง
วิธีนี้ช่วยได้มากโดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดจากความเครียดหรือความตื่นตระหนก เพราะหยุดวงจรการหายใจเร็วเกินไปที่ทำให้อาการแย่ลงเรื่อยๆ
วิธีหายใจแบบควบคุม: หายใจเข้าช้าๆ ทางจมูกนับ 4 วินาที กลั้นหายใจเบาๆ 2 วินาที แล้วหายใจออกช้าๆ ทางปากนับ 6 วินาที ทำซ้ำ 5-10 รอบ
การหายใจออกให้นานกว่าหายใจเข้าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้ระบบประสาทสงบลงและลดความรู้สึกตื่นตระหนก
หายใจโดยใช้กะบังลม — วางมือบนหน้าท้อง เมื่อหายใจเข้าให้ท้องพองออก ไม่ใช่หน้าอกยกขึ้น การหายใจแบบนี้ใช้ปอดได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าการหายใจตื้นที่หน้าอก
เปิดอากาศถ่ายเทและลดสิ่งกระตุ้น
เปิดหน้าต่างหรือออกไปอยู่ที่โล่ง — อากาศสดช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้เร็ว โดยเฉพาะถ้าอยู่ในห้องอับหรืออากาศไม่ถ่ายเท
หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการ — ควัน ฝุ่น กลิ่นแรง หรืออากาศเย็นจัด อาจกระตุ้นหลอดลมให้ตีบและทำให้หายใจแย่ลง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด
คลายเสื้อผ้าที่รัด — ปลดกระดุมเสื้อ คลายเข็มขัด หรือผ้าพันคอที่รัดบริเวณหน้าอกและคอ เพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น
แจ้งคนใกล้ชิด
อย่าอยู่คนเดียวเมื่อหายใจไม่อิ่ม แจ้งคนในบ้านหรือคนใกล้ชิดทันที เพื่อให้มีคนช่วยประเมินอาการและพาไปโรงพยาบาลได้รวดเร็วหากอาการแย่ลง






