ความรู้สึกหน้ามืดจะเป็นลมเกิดขึ้นได้กับทุกคน บางครั้งเป็นแค่ชั่วขณะแล้วหาย แต่บางครั้งเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรับมืออย่างถูกต้องก่อนที่จะหมดสติจริงๆ การรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยป้องกันการบาดเจ็บและลดความเสี่ยงได้มาก
ภาวะก่อนเป็นลมคืออะไร?
ภาวะก่อนเป็นลม คือช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังบอกว่าสมองได้รับเลือดไม่เพียงพอและกำลังจะหมดสติ อาการที่มักเกิดขึ้นในช่วงนี้ได้แก่ หน้ามืดตาพร่า คลื่นไส้ฉับพลัน เหงื่อออกเย็น หูอื้อหรือได้ยินเสียงเบาลง ขาอ่อนแรงจนเกือบทรงตัวไม่ได้ และรู้สึกว่าจะหมดสติในไม่กี่วินาที
ช่วงเวลานี้สำคัญมากเพราะถ้าทำถูกต้องจะหยุดไม่ให้หมดสติจริงๆ ได้ แต่ถ้าทำผิดหรือไม่ทำอะไรเลย อาจล้มหมดสติและได้รับบาดเจ็บจากการล้มได้
สาเหตุที่ทำให้หน้ามืดจะเป็นลม
ความดันตกเฉียบพลันเมื่อลุกยืน
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่อลุกยืนเร็วๆ เลือดประมาณ 300-800 มิลลิลิตรตกลงสู่ขาและหลอดเลือดในช่องท้องชั่วขณะเพราะแรงโน้มถ่วง ในคนปกติหัวใจและหลอดเลือดจะปรับตัวได้ภายใน 1-2 วินาที แต่ในบางคนระบบปรับตัวช้า ทำให้ความดันในสมองต่ำลงชั่วขณะและเกิดหน้ามืด
กลุ่มที่เสี่ยงมากได้แก่ ผู้สูงอายุที่ระบบปรับตัวเสื่อมลง ผู้ที่นอนนิ่งนานแล้วลุกขึ้นฉับพลัน ผู้ที่กินยาลดความดันหรือยาขับปัสสาวะ และผู้ที่ขาดน้ำ
ภาวะขาดน้ำ
เมื่อร่างกายขาดน้ำ ปริมาตรเลือดในหลอดเลือดลดลง หัวใจสูบฉีดเลือดได้น้อยลงในแต่ละครั้ง ความดันโลหิตต่ำลง และสมองได้รับเลือดไม่เพียงพอ ทำให้หน้ามืดและเวียนหัว
อ่านเพิ่มเติม: ทำให้หน้ามืดและเวียนหัวสัญญาณที่บ่งชี้ว่าขาดน้ำ ได้แก่ ปากแห้ง ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม ปวดหัว และอ่อนเพลียผิดปกติ มักเกิดในวันที่อากาศร้อนจัด ออกกำลังกายหนัก หรือท้องเสียอาเจียนมาก
ความดันโลหิตต่ำจากสาเหตุอื่น
นอกจากการลุกเร็ว ความดันโลหิตต่ำยังเกิดได้จากการยืนนิ่งนานในที่อากาศร้อน อาหารมื้อใหญ่ที่ทำให้เลือดไปรวมที่กระเพาะอาหาร ความเครียดหรืออารมณ์รุนแรง เช่น เห็นเลือดหรือเข็มฉีดยาแล้วเป็นลม ซึ่งเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติตอบสนองเกินไป
น้ำตาลในเลือดต่ำ
สมองใช้น้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงหลัก เมื่อน้ำตาลต่ำมากๆ สมองทำงานผิดปกติ ทำให้หน้ามืด มือสั่น เหงื่อออก และใจสั่น มักเกิดในผู้ป่วยเบาหวานที่ฉีดอินซูลินหรือกินยาเกินขนาด หรือในคนที่อดอาหารนานเกินไป






