กรดไหลย้อนเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนไทย หลายคนอาจเคยมีอาการแสบร้อนกลางอก ท้องอืด หรือรู้สึกมีของขึ้นมาที่คอ แต่ไม่รู้ว่านั่นคืออาการของกรดไหลย้อน การทำความเข้าใจโรคนี้จะช่วยให้จัดการกับอาการได้ดีขึ้นและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
อ่านเพิ่มเติม: อาการของกรดไหลย้อนกรดไหลย้อนคืออะไร?
กรดไหลย้อน หรือที่แพทย์เรียกว่า Gastroesophageal Reflux Disease (GERD) คือภาวะที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นตามปกติ
หลอดอาหารเป็นท่อที่เชื่อมระหว่างปากกับกระเพาะอาหาร มีหน้าที่นำอาหารและน้ำลงสู่กระเพาะ ตรงจุดที่หลอดอาหารเชื่อมกับกระเพาะอาหารจะมีกล้ามเนื้อวงกลมที่เรียกว่า Lower Esophageal Sphincter (LES) ทำหน้าที่เหมือนประตู เปิดให้อาหารลงไปกระเพาะ แล้วปิดสนิทเพื่อป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมา
เมื่อกล้ามเนื้อ LES ทำงานผิดปกติหรืออ่อนแรง กรดจากกระเพาะอาหารจึงสามารถไหลย้อนขึ้นมาได้ เนื่องจากเยื่อบุหลอดอาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนต่อกรด การสัมผัสกรดบ่อยๆ จึงทำให้เกิดการอักเสบและอาการต่างๆ ตามมา
กลไกการเกิดกรดไหลย้อน
การทำความเข้าใจกลไกจะช่วยให้เห็นภาพว่าทำไมกรดถึงไหลย้อนขึ้นมา
กล้ามเนื้อ LES ทำงานผิดปกติ ตามปกติ LES จะปิดสนิทหลังจากอาหารผ่านลงกระเพาะแล้ว แต่ในผู้ที่มีกรดไหลย้อน กล้ามเนื้อนี้อาจอ่อนแรง ปิดไม่สนิท หรือคลายตัวบ่อยเกินไป ทำให้กรดมีโอกาสไหลย้อนขึ้นมาได้
แรงดันในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น เมื่อกินอาหารมากเกินไป กระเพาะอาหารจะพองและเกิดแรงดันสูง แรงดันนี้จะผลักดันกรดให้ไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะถ้า LES อ่อนแรงอยู่แล้ว
การมี Hiatal Hernia ภาวะที่ส่วนบนของกระเพาะอาหารยื่นขึ้นมาเหนือกะบังลม ทำให้โครงสร้างที่ช่วยให้ LES ปิดสนิทเสียไป กรดจึงไหลย้อนได้ง่ายขึ้น
การล่าช้าของการย่อยอาหาร ถ้ากระเพาะอาหารทำงานช้า อาหารจะคั่งอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ทำให้แรงดันเพิ่มและเพิ่มโอกาสที่กรดจะไหลย้อน
ท่านอนหรือโน้มตัว เมื่อนอนราบหรือโน้มตัว แรงโน้มถ่วงไม่ได้ช่วยกันกรดไว้ในกระเพาะ กรดจึงไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของกรดไหลย้อน
มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนหรือทำให้อาการแย่ลง
พฤติกรรมการกินและวิถีชีวิต
การกินมากเกินไปหรือกินเร็ว เมื่อกินอาหารมากในคราวเดียว กระเพาะจะพองและเกิดแรงดันสูง การกินเร็วทำให้กลืนอากาศเข้าไปด้วย ยิ่งเพิ่มแรงดันมากขึ้น
การนอนหลังกินอาหารทันที การนอนภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังกินอาหาร โดยเฉพาะนอนราบ จะทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย
การสูบบุหรี่ นิโคตินทำให้กล้ามเนื้อ LES อ่อนแรง และกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะมากขึ้น
การดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ทำให้ LES คลายตัว กระตุ้นการหลั่งกรด และทำให้เยื่อบุหลอดอาหารระคายเคืองง่ายขึ้น
การขาดการออกกำลังกายและมีน้ำหนักเกิน คนที่มีน้ำหนักเกินจะมีแรงดันในช่องท้องสูง ซึ่งผลักดันกรดให้ไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายขึ้น
อาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการ
อาหารมันและทอด อาหารที่มีไขมันสูงจะอยู่ในกระเพาะนานและทำให้ LES คลายตัว
อาหารรสจัดและเผ็ด กระตุ้นการหลั่งกรดและทำให้เยื่อบุหลอดอาหารระคายเคือง
ช็อกโกแลต มีสารที่ทำให้ LES คลายตัวและมีคาเฟอีนที่กระตุ้นการหลั่งกรด
กาแฟและชา คาเฟอีนทำให้ LES อ่อนแรงและกระตุ้นการหลั่งกรด
อาหารและเครื่องดื่มที่เป็นกรด มะนาว มะเขือเทศ น้ำผลไม้รสเปร้ยว ทำให้อาการแย่ลง
เครื่องดื่มอัดลม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้เกิดแรงดันในกระเพาะ
หอม กระเทียม และหัวหอมใหญ่ อาจทำให้ LES คลายตัวในบางคน
โรคประจำตัวและสภาพร่างกาย
โรคอ้วน ไขมันในช่องท้องสร้างแรงกดดันต่อกระเพาะอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย
การตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ทำให้ LES คลายตัว และมุมมดลูกที่โตขึ้นผลักดันกระเพาะอาหาร
Hiatal Hernia กระเพาะอาหารยื่นขึ้นมาในช่องอก ทำให้กลไกป้องกันกรดไหลย้อนทำงานไม่ดี
โรคเบาหวาน อาจทำให้กระเพาะอาหารเคลื่อนตัวช้า อาหารคั่งอยู่นานและเพิ่มโอกาสกรดไหลย้อน
โรค Scleroderma โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ทำให้กล้ามเนื้อ LES แข็งและทำงานไม่ดี
โรคหอบหืด ยาขยายหลอดลมบางชนิดอาจทำให้ LES อ่อนแรง และอาการกรดไหลย้อนอาจกระตุ้นอาการหอบหืดได้
ยาบางชนิด
ยาแก้ปวดและลดการอักเสบ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน อาจทำลายเยื่อบุกระเพาะและหลอดอาหาร
ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาบางชนิดที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูงอาจทำให้ LES คลายตัว
ยาแคลเซียม ยากลุ่ม Calcium channel blockers ที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ
ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนอาจส่งผลต่อการทำงานของ LES
ยานอนหลับและยาคลายเครียด บางชนิดทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวรวมถึง LES






