เมื่อเกิดอาการกรดไหลย้อนอย่างกระทันหัน การรู้ว่าควรทำอย่างไรทันทีจะช่วยบรรเทุอาการและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงได้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องอาจทำให้อาการดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อมีอาการกรดไหลย้อน
เมื่อรู้สึกแสบร้อนกลางอก มีรสเปรี้ยวในปาก หรือรู้สึกว่ามีกรดไหลย้อนขึ้นมา ควรปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ทันที
หยุดทำกิจกรรมที่กำลังทำอยู่
หากกำลังกินอาหาร ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมใดๆ ควรหยุดทันที การบังคับทำกิจกรรมต่อไปอาจทำให้อาการแย่ลงเพราะเพิ่มแรงดันในช่องท้องและกระเพาะอาหาร ให้ร่างกายได้พักสักครู่เพื่อให้อาการสงบลง
ปรับท่าทางให้เหมาะสม
การปรับท่าทางเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและได้ผลเร็วที่สุดในการบรรเทุอาการกรดไหลย้อน
ยืนขึ้นหรือนั่งตัวตรง ท่านี้เป็นท่าที่ดีที่สุดเมื่อมีอาการกรดไหลย้อน แรงโน้มถ่วงจะช่วยดึงกรดลงไปอยู่ในกระเพาะอาหาร ลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ควรนั่งหรือยืนให้หลังตรง ไม่ควรโค้งตัวหรือก้มหน้าลง
หลีกเลี่ยงการโน้มตัว การโน้มตัวไปข้างหน้า ก้มหน้า หรือนั่งงอตัว จะเพิ่มแรงกดทับบริเวณท้องและกระเพาะอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายขึ้น ถ้าต้องหยิบของหรือทำกิจกรรมที่ต้องก้มตัว ควรย่อเข่าลงแทนการโน้มตัว
เดินเบาๆ การเดินเบาๆ อาจช่วยให้อาการดีขึ้น เพราะช่วยให้กระเพาะอาหารเคลื่อนตัวและย่อยอาหารได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรเดินเร็วหรือออกกำลังกายหนัก เพราะจะทำให้อาการแย่ลง
ดื่มน้ำเปล่าเล็กน้อย
การดื่มน้ำเปล่าอุ่นๆ หรือน้ำอุณหภูมิปกติเล็กน้อย ประมาณครึ่งแก้ว จะช่วยชะล้างกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารกลับลงสู่กระเพาะอาหาร และเจือจางกรดในกระเพาะให้เบาลง ควรจิบน้ำทีละนิดๆ ไม่ควรดื่มมากเกินไปเพราะจะทำให้กระเพาะพองและอาจทำให้อาการแย่ลง
หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่เย็นจัดหรือร้อนจัด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มอัดลม น้ำผลไม้รสเปรี้ยว หรือแอลกอฮอล์ เพราะจะกระตุ้นให้อาการแย่ลงได้
คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น
ถ้ามีเข็มขัด เนคไท หรือเสื้อผ้าที่รัดแน่นบริเวณท้องหรือหน้าอก ควรคลายหรือถอดออก เพราะการรัดแน่นจะเพิ่มแรงกดทับกระเพาะอาหารและทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายขึ้น
ใช้ยาแก้เฉพาะหน้า
หากมียาลดกรด (Antacids) ที่ซื้อได้ทั่วไปอยู่ สามารถรับประทานได้ตามขั้นตอนในฉลาก ยาลดกรดจะช่วยทำให้กรดในกระเพาะเป็นกลางและบรรเทุอาการแสบร้อนได้เร็ว โดยทั่วไปจะเห็นผลภายใน 5-10 นาที
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพึ่งพายาลดกรดเป็นประจำ ถ้ามีอาการบ่อยครั้ง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
หายใจช้าๆ ลึกๆ
ความตื่นตระหนกหรือความวิตกกังวลอาจทำให้อาการกรดไหลย้อนแย่ลง การหายใจช้าๆ ลึกๆ จะช่วยให้ใจเย็นลง ลดความเครียด และอาจช่วยบรรเทุอาการได้ ควรหายใจเข้าทางจมูกนับ 1-2-3-4 แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากนับ 1-2-3-4-5-6
สิ่งที่ห้ามทำเมื่อมีอาการกรดไหลย้อน
การตอบสนองที่ผิดพลาดอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
อย่านอนราบ
การนอนราบทันทีเมื่อมีอาการกรดไหลย้อนเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเมื่อนอนราบ แรงโน้มถ่วงจะไม่ช่วยกันกรดไว้ในกระเพาะ กรดจะไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายมากและอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ถ้าจำเป็นต้องนอนพัก ควรนอนศีรษะสูงอย่างน้อย 15-20 เซนติเมตร โดยใช้หมอนหนุนหรือยกหัวเตียง
อย่ากินหรือดื่มอะไรทันที
เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ไม่ควรกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มใดๆ ทันที ยกเว้นน้ำเปล่าเล็กน้อย การเติมอาหารหรือเครื่องดื่มลงไปในกระเพาะที่กำลังมีกรดไหลย้อนจะทำให้กระเพาะพองมากขึ้น เพิ่มแรงดัน และทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้น
โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยง นม (แม้จะรู้สึกว่าช่วยบรรเทุได้ชั่วคราว แต่จริงๆ แล้วไขมันและโปรตีนในนมจะกระตุ้นการหลั่งกรดมากขึ้น) อาหารที่เป็นกรด เครื่องดื่มอัดลม กาแฟ และแอลกอฮอล์
อย่าออกแรงหรือออกกำลังกาย
การออกแรงหรือออกกำลังกายเมื่อมีอาการจะเพิ่มแรงกดทับในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้น ควรพักและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหนักจนกว่าอาการจะดีขึ้น
อย่าสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่เมื่อมีอาการกรดไหลย้อนจะทำให้อาการแย่ลงอย่างมาก นิโคตินทำให้กล้ามเนื้อ LES อ่อนแรงลง กระตุ้นการหลั่งกรด และทำให้เยื่อบุหลอดอาหารระคายเคืองมากขึ้น
อย่าใส่เสื้อผ้ารัดแน่น
อย่าพยายามรัดหน้าอกหรือท้องด้วยผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มที่แน่น เพราะจะเพิ่มแรงกดทับและทำให้อาการแย่ลง
การดูแลตนเองหลังอาการดีขึ้น
เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้
พักผ่อนและสังเกตอาการ แม้อาการจะดีขึ้น ควรพักสักครู่และสังเกตว่าอาการกลับมาหรือไม่ ไม่ควรรีบกลับไปทำกิจกรรมหนักทันที
กินอาหารเบาๆ เมื่ออาการหายแล้วและรู้สึกหิว ควรเริ่มจากอาหารเบาๆ เช่น ข้าวต้ม ข้าวโอ๊ต กล้วย ขนมปังโฮลวีต หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด เปรี้ยว หรืออาหารที่กระตุ้นอาการ
ดื่มน้ำเพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไปในคราวเดียว ควรดื่มทีละนิดๆ บ่อยๆ
หลีกเลี่ยงการนอนทันที หลังอาหารควรรออย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน ถ้าจำเป็นต้องนอนพัก ควรนอนศีรษะสูง
สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
แม้อาการกรดไหลย้อนส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรง แต่บางอาการบ่งบอกว่าอาจมีปัญหาที่รุนแรงกว่าและต้องได้รับการรักษาทันที
อาการไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาที หากทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้นเลยหรือแย่ลงภายใน 30 นาที ควรพบแพทย์
ปวดหน้าอกรุนแรงหรือลามไปที่แขน คอ ขากรรไกร อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาหัวใจ ไม่ใช่แค่กรดไหลย้อนธรรมดา ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะถ้ามีเหงื่อออก หายใจลำบาก หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย
กลืนลำบากหรือรู้สึกมีอะไรติดคอ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของหลอดอาหารอักเสบรุนแรง หรือหลอดอาหารแคบลง
อาเจียนเป็นเลือดหรือมีสีดำ แสดงว่าอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ต้องรีบพบแพทย์ทันที
อุจจาระเป็นเลือดหรือสีดำ อาจเป็นสัญญาณของเลือดออกในกระเพาะหรือลำไส้
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ้ามีอาการกรดไหลย้อนบ่อยและน้ำหนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจลด อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรง
มีอาการบ่อยครั้ง ถ้ามีอาการกรดไหลย้อนมากกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้งหรือต่อเนื่องมานานกว่า 2 สัปดาห์ แม้จะไม่รุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม
การรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดอาการกรดไหลย้อนจะช่วยให้สามารถจัดการกับอาการได้ทันทีและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง อย่างไรก็ตาม การป้องกันยังดีกว่าการรักษา หากมีอาการบ่อยครั้ง ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิต และพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q: เมื่อมีอาการกรดไหลย้อนควรนั่งหรือยืน?
A: ควรยืนขึ้นหรือนั่งตัวตรงทันทีเมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ทั้งสองท่าทางจะช่วยให้แรงโน้มถ่วงดึงกรดลงไปอยู่ในกระเพาะอาหาร ลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมา ถ้าเลือกนั่ง ควรนั่งให้หลังตรง ไม่ควรนั่งงอตัวหรือโน้มตัวไปข้างหน้า บางคนอาจรู้สึกสบายกว่าเมื่อยืนและเดินเบาๆ เพราะช่วยให้กระเพาะเคลื่อนตัวและย่อยอาหารได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเลือกยืนหรือนั่ง สิ่งสำคัญคือต้องรักษาท่าให้ตัวตรง ไม่โค้งงอ และไม่นอนราบ
Q: ดื่มนมช่วยแก้กรดไหลย้อนได้จริงไหม?
A: ไม่แนะนำให้ดื่มนมเพื่อแก้อาการกรดไหลย้อน แม้ว่านมจะช่วยบรรเทุอาการได้ชั่วคระเพราะเป็นด่าง แต่จริงๆ แล้วโปรตีนและไขมันในนมจะกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้นภายหลัง ทำให้อาการกลับมาแย่ลงได้ นอกจากนี้ นมยังทำให้กระเพาะพองและเพิ่มแรงดัน ซึ่งอาจทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้น สิ่งที่ควรดื่มเมื่อมีอาการคือน้ำเปล่าอุ่นๆ หรือน้ำอุณหภูมิปกติเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยชะล้างกรดในหลอดอาหารโดยไม่กระตุ้นการหลั่งกรดเพิ่มเติม
Q: กรดไหลย้อนควรรีบไปหาหมอเมื่อไหร่?
A: ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดหน้าอกรุนแรง โดยเฉพาะถ้าปวดลามไปที่แขนซ้าย คอ ขากรรไกร หรือมีเหงื่อออก หายใจลำบาก เพราะอาจเป็นปัญหาหัวใจ นอกจากนี้ ควรรีบพบแพทย์หากอาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีเลือดหรือสีดำ กลืนลำบากมาก หรือทำการปฐมพยาบาลแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาที สำหรับกรณีที่ไม่ฉุกเฉิน ควรนัดพบแพทย์หากมีอาการบ่อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง อาการรุนแรงขึ้น ยาที่ซื้อเองไม่ได้ผล หรือมีอาการต่อเนื่องมานานกว่า 2 สัปดาห์
Q: ควรรอนานแค่ไหนก่อนนอนหลังมีอาการกรดไหลย้อน?
A: หลังจากมีอาการกรดไหลย้อนและอาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ควรรออย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนนอนราบ การนอนทันทีหลังมีอาการหรือหลังกินอาหารจะทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายและอาการอาจกลับมา ถ้าจำเป็นต้องพักผ่อนก่อนหน้านั้น ควรนอนศีรษะสูงอย่างน้อย 15-20 เซนติเมตร โดยใช้หมอนหนุนหลายใบหรือยกหัวเตียง และควรนอนตะแคงซ้ายซึ่งจะช่วยลดอาการได้ดีกว่านอนตะแคงขวา นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารหรือดื่มอะไรนอกจากน้ำเปล่าในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน
Q: ยาลดกรดกินได้ทันทีเมื่อมีอาการไหม?
A: ได้ หากมียาลดกรด (Antacids) ที่ซื้อได้ทั่วไป สามารถรับประทานได้ทันทีเมื่อมีอาการตามขั้นตอนในฉลาก ยาลดกรดจะทำงานเร็วภายใน 5-10 นาที ช่วยทำให้กรดในกระเพาะเป็นกลางและบรรเทุอาการแสบร้อนกลางอกได้ อย่างไรก็ตาม ยาลดกรดเป็นเพียงการแก้อาการชั่วคราว ไม่ใช่การรักษาสาเหตุของกรดไหลย้อน ไม่ควรพึ่งพายาลดกรดเป็นประจำ ถ้ามีอาการบ่อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม การใช้ยาลดกรดบ่อยเกินไปอาจปิดบังอาการของปัญหาที่ร้ายแรงกว่าและอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาระยะยาว
References
- Mayo Clinic. Heartburn: First Aid and When to See a Doctor. mayoclinic.org
- Cleveland Clinic. How to Treat Heartburn at Home. clevelandclinic.org
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Eating, Diet & Nutrition for GER & GERD. niddk.nih.gov
- American College of Gastroenterology. Self-Help and Relief for GERD. gi.org
- Harvard Health Publishing. What to Do When Heartburn Strikes. health.harvard.edu






