แน่นหน้าอกอาจเป็นอาการเตือนที่ร่างกายส่งสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติ บางครั้งอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่บางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรง การรู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดอาการแน่นหน้าอกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรรู้
สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อรู้สึกแน่นหน้าอก
เมื่อเกิดอาการแน่นหน้าอก ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ทันที
หยุดทำกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที หากกำลังออกกำลังกายหรือทำงานหนัก ให้หยุดทันที อาการแน่นหน้าอกอาจเป็นสัญญาณว่าหัวใจไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ การบังคับออกแรงต่อไปอาจทำให้อาการแย่ลง
หาที่นั่งหรือนอนในท่าที่สะดวกสบาย เลือกท่าที่ทำให้หายใจสะดวกที่สุด บางคนอาจรู้สึกดีขึ้นเมื่อนั่ง บางคนอาจต้องนอนศีรษะสูง ไม่ควรนอนราบเมื่อมีอาการหายใจลำบากร่วมด้วย
คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น ถ้ามีเข็มขัด เนคไท หรือเสื้อผ้าที่รัดคอหรือทรวงอก ให้คลายออก เพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น
สังเกตอาการและจับเวลา บันทึกว่าอาการเริ่มเมื่อไร รุนแรงเพียงใด และมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยแพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น
โทรหาคนใกล้ชิดหรือแจ้งคนรอบข้าง อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่คนเดียว หากอาการแย่ลงอย่างกระทันหัน จะได้มีคนช่วยเหลือทันที
พิจารณาโทรเรียกรถพยาบาลหรือไปโรงพยาบาล หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 5-10 นาที หรือมีอาการเตือนที่น่ากังวล ไม่ควรรอ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
การตอบสนองที่ผิดพลาดอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเสียเวลาทองในการรักษา
อย่าละเลยหรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หลายคนพยายามบอกตัวเองว่าอาการจะหายเอง แต่ความจริงแล้วการแน่นหน้าอกอาจเป็นสัญญาณของหัวใจวายได้ การรอนานเกินไปอาจสูญเสียเวลาทองในการรักษา
อย่าขับรถด้วยตัวเองไปโรงพยาบาล หากอาการรุนแรงหรือมีอาการเตือนที่น่ากังวล ควรให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล การขับรถเองอาจเป็นอันตราย หากอาการแย่ลงระหว่างทาง
อย่ารับประทานยาที่ไม่แน่ใจ อย่ากินยาใดๆ ที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ โดยเฉพาะยาแก้ปวดทั่วไป บางชนิดอาจทำให้การวินิจฉัยผิดพลาดหรือมีปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์
อย่าดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารมากเกินไป หากต้องไปพบแพทย์หรือรับการรักษา การมีกระเพาะอาหารเต็มอาจเป็นปัญหาได้
อย่าพยายามออกแรงหรือทำกิจกรรมหนัก การบังคับให้ร่างกายทำงานต่อเมื่อมีอาการแน่นหน้าอกอาจทำให้หัวใจขาดเลือดมากขึ้น
การประเมินอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง
การสังเกตอาการจะช่วยให้ประเมินความรุนแรงได้
ลักษณะของอาการแน่นหน้าอก อาการแน่นหน้าอกที่เกี่ยวกับหัวใจมักรู้สึกเหมือนมีแรงกดทับหรือบีบคั้นหน้าอก ไม่ใช่แค่ปวดแสบปลายๆ
ระยะเวลาที่อาการปรากฏ อาการที่เกิดขึ้นแล้วหายภายในไม่กี่วินาทีมักไม่เกี่ยวกับหัวใจ แต่ถ้าอาการคงอยู่นานกว่า 5-10 นาทีหรือมากกว่า ควรระวัง
อาการที่เกิดร่วมด้วย หากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ วิงเวียน หายใจลำบาก หรือปวดลามไปที่แขน คอ ขากรรไกร หรือหลัง แสดงว่าอาจเป็นเรื่องร้ายแรง
ปัจจัยที่กระตุ้นอาการ อาการที่เกิดขึ้นระหว่างออกกำลังกายหรือเมื่อเครียดมักเกี่ยวข้องกับหัวใจ ในขณะที่อาการที่เกิดจากท่าทางหรือการหายใจอาจเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือปอด
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกว่าต้องรับการรักษาฉุกเฉินทันที
อาการแน่นหน้าอกรุนแรงที่ไม่คลายลง หากรู้สึกแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงเหมือนมีช้างนั่งทับหน้าอก และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 5-10 นาที ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
อาการปวดลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย โดยเฉพาะแขนซ้าย คอ ขากรรไกร หลัง หรือท้อง การปวดลามเป็นสัญญาณที่น่ากังวลมาก
เหงื่อออกเย็นและมาก หากเหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่ได้ออกแรงหรืออยู่ในที่ร้อน อาจเป็นสัญญาณของหัวใจวาย
หายใจลำบากหรือหายใจไม่อิ่ม หากรู้สึกแน่นหน้าอกพร้อมกับหายใจลำบาก อาจเป็นสัญญาณของปัญหาหัวใจหรือปอด
คลื่นไส้ อาเจียน หรือวิงเวียนศีรษะ เมื่อเกิดร่วมกับแน่นหน้าอก อาจเป็นสัญญาณของหัวใจวายโดยเฉพาะในผู้หญิง
ความรู้สึกว่าจะหมดสติหรือเป็นลม หากรู้สึกว่ากำลังจะเป็นลมหรือหมดสติ ต้องรีบขอความช่วยเหลือทันที
มีประวัติโรคหัวใจหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากเป็นผู้สูงอายุ มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือประวัติโรคหัวใจในครอบครัว ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
วิธีดูแลตัวเองระหว่างรอความช่วยเหลือ
หากได้โทรเรียกความช่วยเหลือแล้ว สิ่งที่ควรทำระหว่างรอ
พยายามใจเย็นและหายใจช้าๆ ลึกๆ ความตื่นตระหนกจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและใช้ออกซิเจนมากขึ้น พยายามหายใจเข้าลึกๆ ค้างสักครู่ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก
นั่งหรือนอนในท่าที่สบายที่สุด หลายคนรู้สึกสบายเมื่อนั่งพิงพนักหรือนอนศีรษะสูง หลีกเลี่ยงการนอนราบเมื่อมีอาการหายใจลำบาก
หากมียาแอสไพรินและแพทย์เคยแนะนำให้ใช้ สามารถเคี้ยวแอสไพรินขนาด 300 มิลลิกรัม 1 เม็ดได้ แต่ต้องแน่ใจว่าไม่แพ้ยาและไม่มีข้อห้ามใช้ อย่าให้ยาใดๆ กับผู้ป่วยที่หมดสติ
เตรียมข้อมูลสำหรับเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กำลังกิน และเบอร์โทรติดต่อญาติ
อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่คนเดียว ควรมีคนอยู่เฝ้าดูตลอดเวลา หากอาการแย่ลงจนหมดสติ อาจต้องช่วยชีวิตเบื้องต้น
หากผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ ควรเริ่มทำ CPR ทันที กดหน้าอกตรงกลางอย่างแรงและเร็วประมาณ 100-120 ครั้งต่อนาที จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาถึง
การรู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดอาการแน่นหน้าอกอาจช่วยชีวิตได้ ทั้งชีวิตตัวเองและคนที่เรารัก อย่าประมาทกับอาการนี้ เพราะบางครั้งการตัดสินใจที่ถูกต้องในเวลาเพียงไม่กี่นาทีอาจเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q: แน่นหน้าอกควรกินยาอะไร?
A: ไม่ควรกินยาใดๆ โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ หากเคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคหัวใจและแพทย์สั่งยาไนโตรกลีเซอรีน สามารถใช้ได้ตามคำแนะนำ หากไม่เคยได้รับการวินิจฉัย อาจเคี้ยวแอสไพรินขนาด 300 มิลลิกรัม 1 เม็ดได้ แต่ต้องแน่ใจว่าไม่แพ้และไม่มีข้อห้ามใช้ อย่ากินยาแก้ปวดทั่วไปหรือยาใดๆ ที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจทำให้การวินิจฉัยล่าช้าหรือเกิดปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์
Q: แน่นหน้าอกแล้วหายเองได้หรือไม่?
A: บางครั้งอาการแน่นหน้าอกอาจหายเองได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือกล้ามเนื้ออักเสบ แต่การที่อาการหายเองไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญหา หากอาการเกิดซ้ำบ่อยครั้งหรือมีรูปแบบที่น่ากังวล เช่น เกิดขึ้นเมื่อออกแรงและหายเมื่อพัก ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ การรอจนกว่าอาการจะรุนแรงมากหรือเกิดฉุกเฉินอาจสายเกินไป
Q: แน่นหน้าอกตอนดึกต้องทำยังไง?
A: หากอาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้นตอนดึกและมีอาการเตือนที่น่ากังวล เช่น อาการรุนแรง ปวดลามไปที่แขนหรือคอ เหงื่อออกมาก หรือหายใจลำบาก ต้องโทรเรียกรถพยาบาลทันที อย่ารอให้ถึงเช้า เพราะหัวใจวายสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง และการรักษาที่รวดเร็วจะช่วยลดความเสียหายต่อหัวใจได้มาก หากอาการไม่รุนแรงมากและไม่มีอาการเตือนอื่นๆ สามารถนั่งพักและสังเกตอาการได้ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงภายใน 10-15 นาที ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
Q: แน่นหน้าอกแล้วควรหายใจอย่างไร?
A: เมื่อรู้สึกแน่นหน้าอก ควรหายใจช้าๆ ลึกๆ และสม่ำเสมอ หายใจเข้าทางจมูกนับ 1-2-3-4 ค้างไว้เล็กน้อย แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากนับ 1-2-3-4-5-6 หลีกเลี่ยงการหายใจเร็วและตื้น เพราะจะทำให้ตื่นตระหนกมากขึ้นและอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดหรือเวียนศีรษะได้ การหายใจช้าๆ จะช่วยให้ใจเย็นลง ลดความต้องการออกซิเจนของหัวใจ และช่วยให้ประเมินอาการได้ดีขึ้น หากพบว่าการหายใจลึกๆ ทำให้อาการแย่ลงหรือปวดมากขึ้น ให้หายใจตามปกติและรีบพบแพทย์
References
- American Heart Association. Warning Signs of Heart Attack. heart.org
- Mayo Clinic. Chest Pain: First Aid. mayoclinic.org
- National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI). Heart Attack Warning Signs. nhlbi.nih.gov
- Cleveland Clinic. What to Do When You Have Chest Pain. clevelandclinic.org
- American Red Cross. First Aid for Chest Pain. redcross.org
- Johns Hopkins Medicine. Chest Pain: When to Call 911. hopkinsmedicine.org






