ปวดหัวขึ้นมาแล้วหยิบยาอะไรดี? คำถามนี้ดูง่าย แต่ยาแก้ปวดแต่ละชนิดทำงานต่างกัน เหมาะกับการปวดหัวต่างประเภท และมีข้อควรระวังที่หลายคนไม่รู้ บทความนี้เปรียบเทียบปวดหัวกินยาอะไรให้ตรงกับอาการ พร้อมวิธีใช้ที่ถูกต้องและทางเลือกที่ไม่ใช่ยา
อ่านเพิ่มเติม: ปวดหัวยาแก้ปวดทั่วไป: เลือกตัวไหนดี?
Paracetamol (พาราเซตามอล)
ยาแก้ปวดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนทั่วไป เหมาะกับปวดหัวระดับเบาถึงปานกลาง ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร กินได้ทั้งตอนท้องว่างและหลังอาหาร
- ขนาด: 500–1,000 มก. ต่อครั้ง ทุก 4–6 ชั่วโมง
- สูงสุด: ไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน (8 เม็ดขนาด 500 มก.)
- ข้อควรระวัง: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือมีโรคตับควรปรึกษาแพทย์ก่อน
Ibuprofen (ไอบูโพรเฟน)
ยากลุ่ม NSAIDs ที่ลดการอักเสบได้ด้วย เหมาะกับปวดหัวตึง (Tension headache) และปวดหัวที่มีการอักเสบเกี่ยวข้อง ได้ผลดีกว่า Paracetamol ในบางกรณี
- ขนาด: 200–400 มก. ต่อครั้ง ทุก 4–6 ชั่วโมง
- สูงสุด: ไม่เกิน 1,200 มก. ต่อวัน (ซื้อเองได้)
- ข้อควรระวัง: ควรกินหลังอาหารเสมอ ห้ามใช้ถ้ามีปัญหากระเพาะ โรคไต หรือตั้งครรภ์
Aspirin (แอสไพริน)
ยาแก้ปวดเก่าแก่ที่ยังได้ผลดี โดยเฉพาะกับไมเกรนระดับเบาถึงปานกลาง แต่ไม่เหมาะกับทุกคน
- ขนาด: 500–1,000 มก. ต่อครั้ง
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ผู้มีปัญหากระเพาะ หรือผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดอยู่
ตารางเปรียบเทียบยาแก้ปวดหัวทั่วไป
| ยา | เหมาะกับ | กินกับอาหาร | ห้ามใช้ |
|---|---|---|---|
| Paracetamol | ปวดทั่วไป เบา–ปานกลาง | ได้ทั้งสองแบบ | โรคตับ ดื่มแอลกอฮอล์จัด |
| Ibuprofen | Tension headache มีการอักเสบ | หลังอาหารเท่านั้น | กระเพาะ โรคไต ตั้งครรภ์ |
| Aspirin | ปวดทั่วไป ไมเกรนเบา | หลังอาหาร | เด็ก < 16 ปี กระเพาะ ยาละลายลิ่มเลือด |
ยาเฉพาะไมเกรน: Triptans คืออะไร?
Triptans เป็นยากลุ่มพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับไมเกรนโดยเฉพาะ ทำงานโดยการหดหลอดเลือดและลดสารที่ก่อการอักเสบในสมอง ได้ผลดีกว่ายาแก้ปวดทั่วไปอย่างชัดเจนในคนที่เป็นไมเกรน
อ่านเพิ่มเติม: คนที่เป็นไมเกรนตัวอย่างยาในกลุ่มนี้: Sumatriptan, Rizatriptan, Zolmitriptan
ใช้เมื่อไหร่:
- ยาแก้ปวดทั่วไปไม่ได้ผลกับไมเกรนของคุณ
- ไมเกรนรุนแรงและรบกวนชีวิตประจำวัน
- ต้องการหยุดอาการปวดเร็วที่สุด
ข้อสำคัญ: Triptans เป็นยาที่ต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่สามารถซื้อเองได้ในประเทศไทย และไม่เหมาะกับผู้มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้






