เวลาลุกนั่ง เดินขึ้นบันได หรือออกกำลังกายหนักๆ แล้วรู้สึกปวดตึงที่เข่า หลายคนเริ่มสงสัยเรื่อง คอลลาเจนกับข้อเข่า ว่าเกี่ยวข้องกันจริงไหม เพราะเห็นคำว่า Collagen Type II ผ่านตาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
คำถามที่คนปวดข้ออยากรู้จริงๆ คือ กินคอลลาเจนแล้วช่วยลดอาการปวดข้อเข่าได้จริงหรือเป็นแค่กระแสการตลาด บทความนี้จะพาไปดูงานวิจัยที่มีอยู่ ความแตกต่างระหว่าง Hydrolyzed กับ Undenatured Collagen ปริมาณที่ได้ผล และกลุ่มคนที่น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด
คอลลาเจน Type II กับกระดูกอ่อนในข้อเข่า
กระดูกอ่อนที่หุ้มปลายกระดูกในข้อเข่า (articular cartilage) ทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกเวลาเดิน วิ่ง หรือขึ้นลงบันได โครงสร้างหลักของกระดูกอ่อนนี้คือ คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Type II Collagen) ซึ่งทำให้กระดูกอ่อนยืดหยุ่นและทนต่อแรงกด
เมื่ออายุมากขึ้น ใช้งานข้อหนัก หรือน้ำหนักตัวเกิน กระดูกอ่อนนี้จะค่อยๆ สึกและบางลง จนนำไปสู่ภาวะ ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) ซึ่งพบบ่อยในผู้สูงอายุไทยและเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดเข่าเรื้อรัง นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมนักวิจัยสนใจว่าการเสริมคอลลาเจน Type II จากภายนอกจะช่วยชะลออาการได้หรือไม่
งานวิจัยคอลลาเจนกับข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ว่าไว้อย่างไร
งานวิจัยส่วนใหญ่ในตอนนี้โฟกัสไปที่คอลลาเจน Type II แบบ Undenatured (UC-II) มากกว่าคอลลาเจนทั่วไป จาก meta-analysis ที่รวบรวมการทดลองแบบสุ่มหลายฉบับ พบว่าผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่กิน UC-II มีอาการปวดและความรุนแรงของโรคลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และในการทดลองขนาดใหญ่ที่เทียบ UC-II 40 มก./วัน กับกลูโคซามีน-คอนดรอยติน และยาหลอกนาน 180 วัน กลุ่มที่กิน UC-II มีคะแนน WOMAC (ดัชนีวัดอาการปวดและการใช้งานข้อ) ลดลงชัดเจนกว่าทั้งสองกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ผลยังไม่ไปทางเดียวกันทั้งหมด งานวิจัยที่ให้ UC-II ร่วมกับ hydrolyzed collagen 12 สัปดาห์ กลับไม่พบว่าดีกว่ายาหลอกชัดเจน สะท้อนว่าคอลลาเจนควรมองเป็นตัวช่วยเสริม ไม่ใช่การรักษาหลัก
Hydrolyzed Collagen vs Undenatured Collagen (UC-II) ต่างกันยังไง
คนมักเข้าใจว่าคอลลาเจนที่ขายในท้องตลาดเป็นตัวเดียวกันหมด แต่สำหรับเรื่องข้อเข่า มีสองรูปแบบหลักที่ทำงานคนละกลไกกันเลย
| หัวข้อ | Hydrolyzed Collagen | Undenatured Collagen (UC-II) |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | ถูกย่อยเป็นเปปไทด์ขนาดเล็ก | คงโครงสร้างสามสายเกลียวดั้งเดิมไว้ |
| กลไก | เป็นวัตถุดิบ/กรดอะมิโนให้ร่างกายนำไปสร้างคอลลาเจนใหม่ | กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบ "oral tolerance" ลดการอักเสบที่ทำลายข้อ |
| ปริมาณที่ใช้ในงานวิจัย | ประมาณ 10–20 กรัม/วัน | ประมาณ 40 มก./วัน |
| แหล่งที่มา | วัว ปลา หมู | กระดูกอ่อนหน้าอกไก่ |
UC-II ทำงานผ่านกลไกภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า oral tolerance คือเมื่อกินเข้าไป ร่างกายจะลดการตอบสนองภูมิคุ้มกันที่โจมตีเนื้อเยื่อข้อ และกระตุ้นเซลล์ regulatory T-cells ในลำไส้ให้ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนและลดการอักเสบในข้อ นี่คือเหตุผลว่าทำไมปริมาณที่ใช้ถึงต่างกันมาก UC-II ใช้ไม่กี่สิบมิลลิกรัม ขณะที่ hydrolyzed collagen ต้องใช้หลักกรัมถึงจะเห็นผล
ปริมาณที่ได้ผลสำหรับข้อเข่า: 10–40 มก./วัน จริงไหม
ตัวเลข 10–40 มก./วัน ที่หลายคนเห็นผ่านตา มาจากงานวิจัย UC-II โดยตรง งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ขนาด 40 มก./วัน เป็นมาตรฐาน แต่ในแคปซูลนั้นมีคอลลาเจน Type II แบบ native บริสุทธิ์อยู่เพียงประมาณ 10 มิลลิกรัมเท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นสารช่วยในแคปซูล ตัวเลขช่วงนี้จึงหมายถึงตั้งแต่ปริมาณคอลลาเจนบริสุทธิ์จริง ไปจนถึงปริมาณวัตถุดิบทั้งแคปซูล ไม่ใช่ว่ายิ่งกินเยอะยิ่งดี
ข้อควรระวังคือ ตัวเลขนี้ใช้ได้กับ UC-II เท่านั้น ถ้าเป็นคอลลาเจนเปปไทด์ผงทั่วไป ต้องดูปริมาณเป็นกรัม (10–20 กรัม/วัน) เพราะเป็นคนละกลไกกัน การอ่านฉลากให้ดีว่าเป็นคอลลาเจนชนิดไหนจึงสำคัญกว่าการดูแค่ตัวเลขปริมาณ






