ไขมันพอกตับ vs ตับอักเสบ ต่างกันยังไง? อันไหนอันตรายกว่า
ซีรีส์ “ไขมันพอกตับ” · อ่านแล้ว 0 จาก 6 เรื่องบทความนี้คือเรื่องที่ 6ดูทั้งซีรีส์สรุปสั้น ๆ
ไขมันพอกตับกับตับอักเสบต่างกันยังไง? เปรียบเทียบสาเหตุ อาการ การรักษา และค่าตับสูงแปลว่าเป็นอะไร


ไขมันพอกตับกับตับอักเสบต่างกันยังไง? เปรียบเทียบสาเหตุ อาการ การรักษา และค่าตับสูงแปลว่าเป็นอะไร

หลายคนได้ยินว่าค่าตับสูงแล้วสับสนว่าเป็นไขมันพอกตับหรือตับอักเสบ สองภาวะนี้มีความเกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และการรักษาก็ต่างกันด้วย
ไขมันพอกตับคือภาวะที่ไขมันสะสมในเซลล์ตับมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตับ เซลล์ตับยังมีชีวิตอยู่และทำงานได้ แค่มีไขมันแทรกอยู่มากผิดปกติ ในระยะแรกไม่จำเป็นต้องมีการอักเสบเกิดขึ้นเลย
อ่านเพิ่มเติม: ไขมันพอกตับเปรียบเหมือนเซลล์ตับที่อ้วนขึ้นแต่ยังมีชีวิต ยังทำงานได้ แค่ประสิทธิภาพลดลงเล็กน้อย
ตับอักเสบคือภาวะที่เซลล์ตับถูกทำลายและเกิดการอักเสบ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แอลกอฮอล์ ยา หรือแม้แต่จากไขมันที่สะสมมากเกินไปจนกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ
เปรียบเหมือนเซลล์ตับที่กำลังถูกโจมตีและทำลาย ระดับการทำลายมากน้อยต่างกันตามสาเหตุและความรุนแรง
นี่คือจุดที่หลายคนสับสน ไขมันพอกตับและตับอักเสบไม่ใช่โรคเดียวกัน แต่มีความสัมพันธ์กันได้
ไขมันพอกตับอาจนำไปสู่ตับอักเสบได้ เมื่อไขมันสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบในเซลล์ตับ ภาวะนี้เรียกว่าตับอักเสบจากไขมัน ซึ่งอันตรายกว่าไขมันพอกตับแบบไม่อักเสบมาก
ตับอักเสบจากไวรัสไม่ได้เกิดจากไขมัน ไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นการติดเชื้อที่ไม่เกี่ยวกับการสะสมไขมันเลย แต่ถ้าเป็นทั้งสองภาวะพร้อมกัน ตับจะเสียหายเร็วกว่ามาก
ทั้งสองภาวะนำไปสู่ตับแข็งได้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ทั้งตับอักเสบเรื้อรังและตับอักเสบจากไขมันต่างก็ทำให้เกิดพังผืดสะสมและตับแข็งได้ในที่สุด
ไขมันพอกตับเกิดจากพฤติกรรมการกิน น้ำหนักเกิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และแอลกอฮอล์ในกรณีชนิดที่เกิดจากแอลกอฮอล์
ตับอักเสบเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี การดื่มแอลกอฮอล์มาก ยาบางชนิดที่เป็นพิษต่อตับ และภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง
ไขมันพอกตับระยะแรกมักไม่มีอาการ อาการที่อาจพบได้แก่ อ่อนเพลีย แน่นชายโครงขวา และเบื่ออาหารมัน
อ่านเพิ่มเติม: อาการที่อาจพบตับอักเสบเฉียบพลันมักมีอาการชัดเจนกว่า ได้แก่ ตาเหลือง ผิวหนังเหลือง คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องขวาบน มีไข้ และอ่อนเพลียรุนแรง ตับอักเสบเรื้อรังอาจไม่มีอาการมากนักในช่วงแรก
ทั้งสองภาวะทำให้ค่า AST และ ALT สูงขึ้นได้เหมือนกัน แต่ในตับอักเสบเฉียบพลันค่าเหล่านี้มักสูงมากกว่า บางครั้งสูงถึงหลายร้อยหรือหลักพันยูนิตต่อลิตร ส่วนในไขมันพอกตับมักสูงแค่เล็กน้อยถึงปานกลาง
ตับอักเสบจากไวรัสยังตรวจพบได้จากการตรวจหาแอนติเจนและแอนติบอดีของไวรัสในเลือด ซึ่งต่างจากไขมันพอกตับที่ตรวจไม่พบสิ่งเหล่านี้
ไขมันพอกตับรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และรักษาโรคประจำตัว ยังไม่มียาจำเพาะ
ตับอักเสบจากไวรัสรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่เฉพาะเจาะจง เช่น ยาต้านไวรัสตับอักเสบบีและยาต้านไวรัสตับอักเสบซีที่มีประสิทธิภาพสูงมากในปัจจุบัน
ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์รักษาด้วยการหยุดดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับแรก
ตับอักเสบจากยารักษาด้วยการหยุดยาที่เป็นสาเหตุ
คำตอบคือขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของแต่ละภาวะ ไม่มีคำตอบตายตัว
ตับอักเสบเฉียบพลันรุนแรง อันตรายกว่าไขมันพอกตับระยะแรกมาก เพราะทำลายเซลล์ตับจำนวนมากในเวลาสั้น อาจนำไปสู่ตับวายเฉียบพลันที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ไขมันพอกตับที่ลุกลามถึงระดับตับอักเสบจากไขมัน อันตรายมากพอๆ กับตับอักเสบเรื้อรัง เพราะถ้าไม่รักษาก็นำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้เช่นกัน
ตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสที่ไม่รักษา อันตรายกว่าไขมันพอกตับระดับ 1 มาก เพราะไวรัสยังคงทำลายตับต่อเนื่องแม้ไม่มีอาการ
สรุปง่ายๆ คือทั้งสองภาวะถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาล้วนอันตรายทั้งคู่ การตรวจให้รู้ว่าเป็นอะไรและรักษาให้ถูกโรคสำคัญกว่าการเปรียบว่าอันไหนอันตรายกว่า
นี่คือคำถามที่พบบ่อยมาก ค่า AST และ ALT สูงบอกแค่ว่าเซลล์ตับกำลังถูกทำลายหรืออักเสบ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นจากสาเหตุอะไร
ค่าตับสูงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งไขมันพอกตับ ตับอักเสบจากไวรัส ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ ยาที่เป็นพิษต่อตับ โรคถุงน้ำดี และแม้แต่การออกกำลังกายหนักมาก
เมื่อพบค่าตับสูงแพทย์จะตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ ตรวจหาไวรัสตับอักเสบบีและซี ทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง และซักประวัติการดื่มแอลกอฮอล์และยาที่ใช้อยู่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนวางแผนการรักษา
ไขมันพอกตับและตับอักเสบไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่เกี่ยวข้องกันได้ ไขมันพอกตับคือการสะสมไขมันในเซลล์ตับโดยไม่จำเป็นต้องอักเสบ ส่วนตับอักเสบคือการอักเสบของเซลล์ตับจากสาเหตุต่างๆ ไขมันพอกตับที่ปล่อยทิ้งไว้อาจพัฒนาเป็นตับอักเสบจากไขมันได้ การรักษาต่างกัน จึงต้องตรวจให้รู้ว่าเป็นอะไรก่อนเสมอ ค่าตับสูงเพียงอย่างเดียวไม่บอกว่าเป็นโรคอะไร ต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
อ่านเพิ่มเติม: การรักษาต่างกันQ: ไขมันพอกตับกับตับอักเสบเหมือนกันมั้ย?
A: ไม่เหมือนกัน ไขมันพอกตับคือการสะสมไขมันในตับ ส่วนตับอักเสบคือการอักเสบของเซลล์ตับจากไวรัส แอลกอฮอล์ หรือยา แต่ไขมันพอกตับที่ลุกลามสามารถนำไปสู่ตับอักเสบได้
Q: ค่าตับสูงต้องรักษายังไง?
A: ต้องหาสาเหตุก่อน ค่าตับสูงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ต้องตรวจไวรัสตับอักเสบ ทำอัลตราซาวด์ และซักประวัติอย่างละเอียดก่อนวางแผนรักษา
Q: เป็นไขมันพอกตับแล้วต้องระวังตับอักเสบจากไวรัสด้วยมั้ย?
A: ควรระวัง ถ้าเป็นทั้งสองภาวะพร้อมกันตับจะเสียหายเร็วกว่ามาก แนะนำให้ตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบบีถ้ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน
Q: ไขมันพอกตับทำให้ค่าตับสูงได้มั้ย?
A: ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการอักเสบร่วมด้วย ค่า AST และ ALT จะสูงขึ้น แต่มักไม่สูงมากเท่าตับอักเสบเฉียบพลันจากไวรัส
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนปรับการรักษา
ซีรีส์บทความ
อ่านแล้ว 0 จาก 6 เรื่อง
เขียนและเรียบเรียงโดย Healthntier จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์และข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุข บทความได้รับการทบทวนเมื่อมีหลักฐานใหม่ หรืออย่างน้อยทุก 12 เดือน หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งทีมงาน ได้ · นโยบายบรรณาธิการ

