หลายคนคิดว่าตัวเองไม่เป็นความดันโลหิตสูง เพราะ "ไม่มีอาการอะไรเลย" แต่นั่นคือกับดักที่อันตรายที่สุดของโรคนี้
ความดันโลหิตสูงอาการมักไม่ปรากฏเลยเป็นเวลาหลายปี จนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง บทความนี้จะช่วยให้รู้จักสัญญาณที่ต้องระวัง และรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ต้องรีบพบแพทย์
ทำไมความดันโลหิตสูงถึงไม่มีอาการ?
ความดันโลหิตสูงได้รับฉายา "ฆาตกรเงียบ" เพราะกลไกการทำลายร่างกายเกิดขึ้นช้าๆ โดยที่ระบบประสาทไม่รับรู้ว่ามีความผิดปกติ
ต่างจากการเจ็บปวดทั่วไปที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือน ความดันที่สูงขึ้นเรื้อยๆ ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว หัวใจทำงานหนักขึ้น และอวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพอย่างเงียบๆ
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคพบว่า คนไทยที่เป็นความดันโลหิตสูงกว่า 50% ไม่รู้ตัวว่าป่วย เพราะไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก
อ่านเพิ่มเติม: คนไทยที่เป็นความดันโลหิตสูงกว่า 50% ไม่รู้ตัวว่าป่วยความดันโลหิตสูงอาการที่อาจเกิดขึ้น
แม้ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่บางคนอาจสังเกตพบสัญญาณเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อความดันสูงมากขึ้น
ปวดหัวท้ายทอย
อาการปวดหัวบริเวณท้ายทอยตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นหนึ่งในสัญญาณที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดเมื่อความดันสูงเกิน 160/100 mmHg ขึ้นไป ลักษณะปวดตื้อๆ หรือปวดตุบๆ และมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
เวียนหัว มึนศีรษะ
ความรู้สึกมึนงง เวียนหัว หรือทรงตัวไม่ดี โดยเฉพาะเมื่อลุกขึ้นเร็ว อาจเป็นสัญญาณของความดันที่ขึ้นลงผิดปกติ ไม่ควรมองข้ามหากเกิดบ่อย
ตาพร่า มองภาพไม่ชัด
ความดันสูงทำลายหลอดเลือดในจอตา (Hypertensive Retinopathy) ทำให้ตาพร่าหรือมองเห็นแสงวาบ อาการนี้บ่งบอกว่าความดันสูงส่งผลต่ออวัยวะแล้ว ต้องพบแพทย์โดยเร็ว
หูอื้อ ได้ยินเสียงในหู
เสียงดังหรือหวีดในหู (Tinnitus) อาจสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อเกิดพร้อมกับอาการอื่น
เหนื่อยง่ายผิดปกติ
หัวใจที่ทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดต้านแรงดันสูง อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติแม้ทำกิจกรรมเบาๆ
อาการที่คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นความดันสูง
หลายอาการที่คนเชื่อว่าเกิดจากความดันสูง จริงๆ แล้วอาจไม่เกี่ยวข้องกัน
- หน้าแดง — มักเกิดจากอากาศร้อน อารมณ์ หรือแอลกอฮอล์ ไม่ใช่ความดันสูงโดยตรง
- เลือดกำเดาไหล — แม้ความดันสูงมากอาจทำให้เลือดกำเดาไหลได้ แต่สาเหตุส่วนใหญ่คืออากาศแห้งหรือเยื่อบุจมูกบอบบาง
- ใจสั่น — อาจเกิดจากความเครียด คาเฟอีน หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่จำเป็นต้องเป็นความดันสูง
- คลื่นไส้ — โดยทั่วไปไม่ใช่อาการของความดันสูง ยกเว้นในกรณีวิกฤต
ข้อสรุปสำคัญ: การมีหรือไม่มีอาการเหล่านี้ ไม่สามารถบอกได้ ว่าความดันสูงหรือปกติ วิธีเดียวที่รู้แน่ชัดคือ การวัดความดัน
ความแตกต่างอาการในผู้หญิง vs ผู้ชาย
งานวิจัยพบว่าความดันโลหิตสูงแสดงอาการต่างกันในแต่ละเพศ
ผู้ชาย มักเริ่มเป็นความดันสูงในวัยกลางคน (40–50 ปี) และมักไม่ไปพบแพทย์จนกว่าจะมีอาการรุนแรง ความเสี่ยงโรคหัวใจวายสูงกว่าในช่วงอายุนี้ สถิติจาก AHA พบว่าผู้ชายมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่เกี่ยวข้องกับความดันสูงสูงกว่าผู้หญิงในกลุ่มอายุต่ำกว่า 65 ปี
ผู้หญิง ความดันมักเพิ่มขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมน Estrogen ที่ลดลงทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นน้อยลง อาการที่พบบ่อยในผู้หญิง ได้แก่ ปวดหัว เหนื่อยล้า และนอนไม่หลับ ซึ่งมักถูกมองว่าเกิดจากความเครียดหรือวัยทอง ทำให้วินิจฉัยช้ากว่าผู้ชาย หลังอายุ 65 ปี ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายและมักมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่า
ผู้หญิงตั้งครรภ์ ต้องระวังพิเศษ เพราะความดันสูงระหว่างตั้งครรภ์อาจนำไปสู่ภาวะ Preeclampsia ที่อันตรายต่อทั้งแม่และทารก ควรวัดความดันทุกครั้งที่ฝากครรภ์และแจ้งแพทย์ทันทีหากพบค่าผิดปกติ






