หลายคนซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้ที่บ้านแล้ว แต่ยังสงสัยว่า "วัดความดันเองที่บ้าน ยังไงให้ถูกต้อง?" เพราะวัดแต่ละครั้งได้ค่าไม่เท่ากัน หรือไม่แน่ใจว่าค่าที่ได้ปกติหรือน่าเป็นห่วง บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่การเลือกเครื่องวัด วิธีวัดที่ถูกต้อง ไปจนถึงค่าไหนที่ต้องรีบพบแพทย์
เครื่องวัดความดันแบบไหนดีที่สุด: ข้อมือ vs ต้นแขน
การเลือกเครื่องวัดความดันที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวัดความดันเองที่บ้านให้แม่นยำ
เครื่องวัดแบบต้นแขน (Upper Arm)
- แม่นยำกว่าและเป็นมาตรฐานที่แพทย์แนะนำมากที่สุด
- ตำแหน่งใกล้หัวใจ ทำให้ค่าที่ได้คลาดเคลื่อนน้อย
- เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและผู้สูงอายุ
เครื่องวัดแบบข้อมือ (Wrist)
- พกพาสะดวก ตัวเล็ก เหมาะกับการเดินทาง
- มีโอกาสคลาดเคลื่อนสูงกว่า หากตำแหน่งข้อมือไม่อยู่ระดับหัวใจขณะวัด
- เหมาะกับคนที่แขนใหญ่จนใช้ปลอกแขนต้นแขนไม่พอดี
หากต้องการความแม่นยำสูงสุดในการวัดความดันเองที่บ้าน แนะนำเครื่องวัดแบบต้นแขนที่ผ่านมาตรฐานรับรอง เช่น ESH หรือ AAMI
วิธีวัดความดันเองที่บ้านให้ถูกต้อง
การวัดความดันเองที่บ้านให้ได้ค่าแม่นยำ ต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกครั้ง
ท่านั่งที่ถูกต้อง
- นั่งหลังพิงพนัก เท้าราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
- วางแขนบนโต๊ะให้ปลอกแขนอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ
- นั่งนิ่ง ไม่พูดคุยขณะวัด
เวลาที่เหมาะสม
- วัดตอนเช้าหลังตื่นนอน ก่อนกินยาและก่อนอาหาร
- วัดตอนเย็นก่อนนอนอีกครั้งเพื่อเทียบค่า
- หลีกเลี่ยงการวัดหลังออกกำลังกาย ดื่มกาแฟ หรือสูบบุหรี่ทันที (ควรเว้น 30 นาที)
จำนวนครั้งที่แนะนำ
- วัด 2 ครั้งติดกัน ห่างกัน 1-2 นาที แล้วหาค่าเฉลี่ย
- วัดต่อเนื่อง 7 วันเพื่อดูแนวโน้มที่แท้จริง ไม่ควรตัดสินจากค่าเดียว
ค่าที่ควรรู้เมื่อวัดความดันเองที่บ้าน: Systolic กับ Diastolic คืออะไร
เวลาวัดความดันเองที่บ้านจะเห็นตัวเลข 2 ค่า ซึ่งมีความหมายต่างกัน
- Systolic (ตัวบน) คือแรงดันเลือดขณะหัวใจบีบตัวสูบฉีดเลือดออกไป
- Diastolic (ตัวล่าง) คือแรงดันเลือดขณะหัวใจคลายตัวพักระหว่างจังหวะ
ช่วงค่าความดันโดยทั่วไป:
- ปกติ: ต่ำกว่า 120/80 mmHg
- เริ่มสูง (Elevated): 120-129 / ต่ำกว่า 80 mmHg
- ความดันสูงระยะที่ 1: 130-139 / 80-89 mmHg
- ความดันสูงระยะที่ 2: 140/90 mmHg ขึ้นไป






