อาหารบำรุงผมไม่ใช่แค่เรื่องของวิตามินเสริม แต่เริ่มต้นจากจานอาหารในแต่ละวัน หลายคนไม่รู้ว่าผมร่วงผมบางส่วนหนึ่งมาจากการกินที่ขาดสารอาหารบางตัวไปเงียบๆ บทความนี้จะพาไปดูว่าอาหารบำรุงผมที่ควรกินมีอะไรบ้าง ตั้งแต่โปรตีน ไข่ ปลาแซลมอน ถั่วและเมล็ดพืช ไปจนถึงผักใบเขียว พร้อมเปิดรายการอาหารที่ทำให้ผมร่วงแย่ลงที่หลายคนกินโดยไม่รู้ตัว
โปรตีน: รากฐานของเส้นผมคือ Keratin
โปรตีนคืออาหารบำรุงผมพื้นฐานที่สุด เพราะเส้นผมเกือบทั้งเส้นสร้างจากโปรตีนที่ชื่อเคราติน (keratin) ถ้าร่างกายได้โปรตีนไม่พอ ร่างกายจะจัดลำดับความสำคัญไปเลี้ยงอวัยวะหลักก่อน เส้นผมจึงมักได้รับผลกระทบเป็นอันดับต้นๆ
- ผู้ใหญ่ทั่วไปควรได้โปรตีนอย่างน้อย 0.8-1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- แหล่งโปรตีนดี เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา ถั่วต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากนม
- การลดน้ำหนักแบบหักโหมหรือกินโปรตีนน้อยเกินไปต่อเนื่อง เป็นสาเหตุผมร่วงที่พบได้บ่อยและมักถูกมองข้าม
ไข่: Biotin + โปรตีนสูงในอาหารเดียว
ไข่เป็นอาหารที่ให้ทั้งโปรตีนคุณภาพดีและ Biotin ในตัวเดียว จึงเป็นหนึ่งในอาหารบำรุงผมที่หาง่ายและราคาถูก
- ไข่ไก่ 1 ฟอง (ประมาณ 50 กรัม) ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และโปรตีนราว 7 กรัม ถือเป็นโปรตีนคุณภาพดีเพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
- ไข่แดงมี Biotin และธาตุเหล็กในปริมาณที่ช่วยเสริมการทำงานของรากผมได้
- ควรกินไข่สุก ไม่ควรกินไข่ขาวดิบต่อเนื่อง เพราะมีสารที่ขัดขวางการดูดซึม Biotin ในลำไส้
ปลาแซลมอน: โอเมก้า 3 บำรุงหนังศีรษะ
โอเมก้า 3 เป็นไขมันดีที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากอาหารเท่านั้น และมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหนังศีรษะ
- ช่วยลดการอักเสบที่หนังศีรษะ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่รบกวนวงจรการงอกของเส้นผม
- ปลาที่มีไขมันสูงอย่างแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน เป็นแหล่งโอเมก้า 3 ชนิด EPA และ DHA (กรดไขมันโอเมก้า 3 รูปแบบที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันที) ซึ่งดีกว่าโอเมก้า 3 จากพืชที่ต้องผ่านการเปลี่ยนรูปในร่างกายก่อน
- สำหรับคนที่กินมังสวิรัติ เมล็ดแฟลกซ์และเมล็ดเจียเป็นแหล่งโอเมก้า 3 จากพืชที่ทดแทนได้บางส่วน
ถั่วและเมล็ดพืช: สังกะสี วิตามิน E และกรดไขมันดี
ถั่วและเมล็ดพืชเป็นอาหารบำรุงผมที่หาซื้อง่าย อัดแน่นด้วยสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับผมโดยตรงหลายตัวในคราวเดียว
- สังกะสีในถั่วช่วยเรื่องการซ่อมแซมรูขุมขนและควบคุมต่อมไขมันที่หนังศีรษะ
- วิตามิน E ในอัลมอนด์และเมล็ดทานตะวันมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์รากผมจากความเสียหาย
- กรดไขมันไม่อิ่มตัวในถั่วต่างๆ ช่วยให้เส้นผมมีความยืดหยุ่น ไม่ขาดง่าย
ผักใบเขียว: ธาตุเหล็ก วิตามิน A และ C
ผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ผักโขม ตำลึง เป็นอาหารบำรุงผมที่ให้สารอาหารสามตัวทำงานร่วมกัน
- ธาตุเหล็กจำเป็นต่อการลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงรากผม ผักใบเขียวเป็นแหล่งธาตุเหล็กชนิดไม่ใช่ฮีมที่ดี
- วิตามิน A ช่วยให้ต่อมไขมันที่หนังศีรษะผลิตซีบัม (sebum น้ำมันธรรมชาติที่เคลือบและให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม) ได้เป็นปกติ แต่ไม่ควรกินวิตามิน A เสริมเกินขนาด เพราะเกินแล้วทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน
- วิตามินซีในผักใบเขียวบางชนิดช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชชนิดเดียวกันได้ในมื้อเดียว
อาหารที่ทำให้ผมร่วงแย่ลง: น้ำตาลสูง ของทอด แอลกอฮอล์
นอกจากเลือกกินอาหารบำรุงผม อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กันคือกินอะไรให้น้อยลง
- น้ำตาลสูงและแป้งขัดขาวกระตุ้นการอักเสบในร่างกายและอาจไปรบกวนฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวงจรผม
- ของทอดและไขมันทรานส์เพิ่มการอักเสบและอาจทำให้ต่อมไขมันที่หนังศีรษะทำงานผิดปกติ
- แอลกอฮอล์รบกวนการดูดซึมสังกะสีและโฟเลต ซึ่งทั้งสองตัวจำเป็นต่อการงอกของเส้นผม






