
23 มกราคม 2569 | โดย Admin Support

เลือดกำเดาเป็นอาการที่หลายคนเคยเจอ โดยเฉพาะในเด็กและวัยทำงาน บางครั้งเกิดจากอากาศแห้ง บางครั้งเกิดจากความดันสูง หรือแม้แต่การนอนหลับไม่พอ หลายคนมักตกใจ และไม่รู้วิธีจัดการให้ถูกต้อง ผลลัพธ์คือพยายามใช้วิธีผิด ๆ ทำให้เลือดไหลนานขึ้น หรือเกิดอาการระคายเคืองในจมูก
ในบทความนี้ เราจะอธิบาย สาเหตุ วิธีหยุดเลือดกำเดาอย่างถูกวิธี และวิธีป้องกัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์และหลักการทางสุขภาพที่เข้าใจง่าย
เลือดกำเดาเกิดจาก เส้นเลือดฝอยในจมูกแตกหรืออักเสบ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่
อากาศแห้งหรืออากาศร้อนจัด ทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและแตกง่าย
การสั่งน้ำมูกแรงหรือบ่อยเกินไป เส้นเลือดฝอยอาจฉีกขาด
ภูมิแพ้หรือการอักเสบของจมูก เช่น คัดจมูกเรื้อรัง
ความดันโลหิตสูง เพิ่มแรงดันในเส้นเลือดฝอย
การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาละลายเสมหะ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
อุบัติเหตุหรือการกระแทกบริเวณจมูก
การรู้สาเหตุจะช่วยให้เลือก วิธีหยุดเลือดกำเดาและป้องกันได้ตรงจุด
เมื่อเลือดกำเดาไหล ไม่ควรตกใจหรือเงยหน้าขึ้น เพราะจะทำให้เลือดไหลย้อนเข้าคอ ทำให้กลืนเลือดและคลื่นไส้ได้
นั่งตัวตรงและโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
วิธีนี้ช่วยลดแรงดันในเส้นเลือดและป้องกันเลือดไหลย้อน
บีบปลายจมูก (Soft Part) ประมาณ 10–15 นาที
ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบเบา ๆ ที่จมูกช่วงอ่อน
ห้ามปล่อยตรวจเลือดทุก ๆ 5 นาที ให้บีบต่อเนื่อง
ประคบเย็นบริเวณสันจมูกหรือหน้าผาก
ความเย็นช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดเลือดไหล
หายใจทางปากและอย่าเงยหน้าหรือนอนราบทันที
เพื่อป้องกันเลือดไหลย้อนเข้าคอ
Tips:
หากเลือดไหลไม่หยุดภายใน 20–30 นาที หรือเกิดซ้ำบ่อย ควรไปพบแพทย์ทันที
หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเลือดกำเดา
เพิ่มความชื้นในอากาศ
ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น หรือวางชามน้ำใกล้ที่นอน
หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ หรือบ่อยเกินไป
หากคัดจมูก ใช้น้ำเกลือพ่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
บำรุงเยื่อบุจมูก
ใช้น้ำมันจมูกหรือน้ำเกลือสำหรับจมูกเด็กหรือผู้ใหญ่
ควบคุมความดันโลหิตและดูแลสุขภาพทั่วไป
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดเค็ม ลดความเครียด
สังเกตยาและอาหารเสริม
ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือวิตามินบางชนิดอาจทำให้เลือดกำเดาไหลง่าย
เลือดไหลมากเกินไปหรือหยุดยาก
เกิดบ่อยเกิน 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์
รู้สึกเวียนศีรษะ เหนื่อย หรือซีด
เลือดกำเดามาพร้อมกับอาการปวดจมูก หรือมีอุบัติเหตุ
มีประวัติความดันสูงหรือโรคเลือด
การไปพบแพทย์อาจทำการ ตรวจเยื่อบุจมูก ตัดชิ้นเนื้อ หรือรักษาเส้นเลือดฝอย เพื่อป้องกันเลือดกำเดาซ้ำ
เลือดกำเดาส่วนใหญ่สามารถ จัดการเองได้ที่บ้าน หากรู้วิธีและไม่ตื่นตระหนก การนั่งตัวตรง โน้มตัวเล็กน้อย บีบปลายจมูก และประคบเย็นเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผล
เคล็ดลับเพิ่มเติม
ดูแลเยื่อบุจมูกให้ชุ่มชื้น
ปรับไลฟ์สไตล์ ลดเค็ม ลดความเครียด
สังเกตสัญญาณเตือน และไปพบแพทย์หากเกิดบ่อย
การป้องกันและรู้วิธีจัดการเลือดกำเดาไม่เพียงช่วยหยุดเลือดได้เร็ว แต่ยังลดความเสี่ยงต่ออาการซ้ำและปัญหาสุขภาพในอนาคต
ถาม: เลือดกำเดาเป็นอันตรายไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่ไม่อันตราย และมักเกิดจากเส้นเลือดฝอยแตก แต่ถ้าเกิดบ่อยหรือเลือดไหลมาก ควรตรวจสุขภาพ
ถาม: เลือดกำเดาเกิดจากความเครียดได้ไหม?
ตอบ: ใช่ ความเครียดสามารถเพิ่มความดันโลหิตและทำให้เส้นเลือดในจมูกแตกง่าย
ถาม: เด็กกับผู้ใหญ่ควรทำอย่างไรเมื่อเลือดกำเดาไหล?
ตอบ: ทำตามขั้นตอนเดียวกัน แต่สำหรับเด็กควรให้ผู้ใหญ่ช่วยบีบจมูกและดูแลอย่างใกล้ชิด
ถาม: เลือดกำเดาเกี่ยวข้องกับโรคเลือดหรือไม่?
ตอบ: บางกรณีเกิดจากโรคเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากเลือดกำเดาบ่อยควรตรวจเพิ่มเติม
Mayo Clinic – Nosebleeds
American Academy of Otolaryngology – Head and Neck Surgery
National Health Service (UK) – Nosebleeds (Epistaxis)

1 กุมภาพันธ์ 2569 | โดย Admin Support
สุขภาพ
เสียงดังไม่ใช่แค่รบกวนการนอน แต่ส่งผลต่อสมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพจิต บทความนี้อธิบายสาเหตุ ผลกระทบ และวิธีป้องกันอย่างละเอียด พร้อมคำแนะนำสำหรับทุกเพศทุกวัย

30 มกราคม 2569 | โดย Admin Support
สุขภาพ
การใช้มือถือส่งผลต่อสุขภาพลำไส้อย่างไร? บทความนี้อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างมือถือ ความเครียด การนอน และลำไส้ พร้อมวิธีป้องกันแบบได้ผล

29 มกราคม 2569 | โดย Admin Support
สุขภาพ
สุขภาพวันนี้ส่งผลต่อชีวิตอีก 10 ปีข้างหน้าอย่างไร? บทความนี้เจาะลึกว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ วันนี้กำหนดโรคและคุณภาพชีวิตในอนาคตได้จริง

14 มิถุนายน 2568 | โดย Admin Support
การออกกำลังกาย
วัยทำงานไม่มีเวลาออกกำลังกายตอนเช้า? รู้ข้อดี ข้อควรระวัง และวิธีออกกำลังให้ปลอดภัยในตอนกลางคืน

10 มิถุนายน 2568 | โดย Admin Support
โภชนาการ
สำรวจ 7 อาหารเสริมยอดนิยมปี 2025 ที่คนไทยใช้มากที่สุด เพื่อดูแลสุขภาพ บำรุงร่างกาย และเสริมภูมิคุ้มก

15 กรกฎาคม 2568 | โดย Admin Support
โรคและการรักษา
ติดยังไง? ใช้ชีวิตร่วมกันได้ไหม? รวมคำตอบเข้าใจง่าย พร้อมทางป้องกันด้วย PrEP และ PEP อ่านจบ ปรับความ