
20 กรกฎาคม 2568 | โดย Admin Support

ในยุคดิจิทัลที่เราต้องใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตมากขึ้นเรื่อย ๆ สุขภาพจิตของเราก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กันนะครับ 😓 เพราะข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์มีทั้งดีและร้าย ถ้าเราไม่รู้จักจัดการ อาจทำให้เครียด วิตกกังวล หรือแม้แต่เกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่าย ๆ
แต่ไม่ต้องห่วงครับ! วันนี้ผมมี 10 วิธีดูแลสุขภาพจิตแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนทำตามได้จริง เพื่อให้ใจของเราสดชื่น เบิกบาน แม้ต้องใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลแบบนี้ มาเริ่มกันเลย! 🚀
เรารู้ว่าการเปิดดูเฟซบุ๊ก ไอจี หรือติ๊กต็อกมันชวนติดงอมแงม แต่รู้ไหมครับว่า การใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไป ไม่ว่าจะเพื่อความบันเทิงหรือทำงาน ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ทำให้รู้สึกเครียดง่ายขึ้นและลดสมาธิ
ลองตั้งเวลาหรือใช้แอปช่วยจำกัดเวลา เช่น ตั้ง “งดใช้มือถือ” ช่วงก่อนนอน หรือช่วงเวลาทำงาน จะช่วยให้เราโฟกัสชีวิตจริงได้มากขึ้นนะครับ
เวลาเปิดมือถือ ลองตั้งเป้าหมายว่า “วันนี้ฉันอยากทำอะไรกับมือถือบ้าง?” เช่น อ่านข่าวที่สนใจ เรียนรู้อะไรใหม่ หรือแชทกับเพื่อนแท้
จะช่วยให้เราใช้เวลาออนไลน์อย่างมีสติ ไม่ไถหน้าจอเรื่อยเปื่อยจนเสียเวลาเปล่า ๆ
ในทุกวันควรหาเวลาสัก 5-10 นาที ฝึกนั่งสมาธิ หรือหายใจลึก ๆ ช้า ๆ โดยเฉพาะช่วงที่รู้สึกเครียดหรือใจสั่น
การฝึกสมาธิช่วยให้จิตใจสงบ ลดความวิตกกังวล และทำให้เรารับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ลองโหลดแอปช่วยฝึกสมาธิดู เช่น Headspace หรือ Calm ก็เริ่ดมากครับ
ถ้าคุณใช้เวลาทำงานหน้าจอนาน ๆ อย่าลืมหันมาพักสายตา ห่างจากจอทุก 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที และมองไปไกล ๆ (เทคนิค 20-20-20)
และอย่าลืมลุกเดินเหินยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนล้าและช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นด้วยนะครับ
อย่าปล่อยให้ชีวิตเราถูกควบคุมโดยหน้าจออย่างเดียว ลองหาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบจริง ๆ เช่น วาดรูป ฟังเพลง เล่นดนตรี อ่านหนังสือ หรือทำสวน
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เราผ่อนคลาย ปลดปล่อยความคิด และเติมพลังบวกให้ชีวิตได้อย่างดีเลยครับ
แม้โซเชียลจะช่วยให้เราติดต่อกันง่าย แต่การพบปะพูดคุยแบบตัวต่อตัว หรือแม้แต่การโทรศัพท์คุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว ช่วยให้เราได้รับความอบอุ่นทางใจมากกว่าการแชทผ่านข้อความครับ
ลองหาเวลานัดเจอหรือโทรคุยกับคนที่เรารักและไว้ใจบ่อย ๆ นะ
หลายคนกลัวพลาดข่าวสารหรือกลัวคนอื่นไม่ตอบข้อความ จนไม่ยอมปิดแจ้งเตือนมือถือ แต่ถ้าอยากให้ใจได้พัก ต้องรู้จัก “ปิด” บ้าง
อย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงก่อนนอนหรือเวลาพักผ่อน จะช่วยลดความเครียดและทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้นมากเลยครับ
สุขภาพจิตและสุขภาพกายเป็นของคู่กัน
กินอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และโปรตีนดี ๆ
นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แค่เดินเร็ว 30 นาทีต่อวันก็ช่วยลดความเครียดได้มากแล้วครับ
บางครั้งความเครียดหรือความรู้สึกเศร้าก็หนักเกินกว่าที่เราจะรับมือคนเดียวได้ อย่ากลัวที่จะขอคำปรึกษาจากคนใกล้ชิด หรือผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา หรือนักบำบัดครับ
การแชร์ความรู้สึกและปัญหาจะช่วยลดภาระทางใจและทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
เวลาที่เจอวันที่แย่ หรือรู้สึกผิดหวังกับตัวเอง อย่ากดดันจนเกินไปนะครับ
พูดกับตัวเองด้วยคำพูดดี ๆ เหมือนกับเรากำลังปลอบเพื่อน
เช่น “ฉันพยายามแล้วนะ” หรือ “ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
การเมตตาต่อตัวเองเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ใจเราสบายขึ้นและพร้อมลุยต่อ
การดูแลสุขภาพจิตในยุคดิจิทัลไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ
เพียงแค่เรารู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ หมั่นพักผ่อน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตจริง และให้ความสำคัญกับตัวเองบ้าง
ก็จะทำให้ชีวิตเรามีความสุข สมดุล และมีพลังไปต่อในทุกวันได้อย่างแท้จริง 🌈✨

2 กุมภาพันธ์ 2569 | โดย Admin Support
สุขภาพจิต
สุขภาพใจส่งผลต่อความสัมพันธ์ การสื่อสาร และความเข้าใจระหว่างคู่รัก หากละเลยอาจทำให้รักพังโดยไม่รู้ตัว บทความนี้เจาะลึกวิธีดูแลใจและชีวิตคู่แบบ Healthntier

25 พฤศจิกายน 2568 | โดย Admin Support
สุขภาพจิต
กังวลตลอดเวลาเกิดจากความเครียดสะสม ฮอร์โมน และรูปแบบความคิดที่ผิดปกติ เรียนรู้วิธีลดความคิดวน ผ่อนคลายตัวเอง และสัญญาณที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญ พร้อมวิธีดูแลใจให้สงบระยะยาว

20 กันยายน 2568 | โดย Admin Support
สุขภาพจิต
โรคดึงผมคือภาวะที่ผู้ป่วยดึงผมซ้ำ ๆ จนควบคุมไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ มารู้จักสาเหตุ อาการ วิธีรักษา และ FAQ ที่ควรรู้เพื่อดูแลตัวเองและคนใกล้ชิด

14 มิถุนายน 2568 | โดย Admin Support
การออกกำลังกาย
วัยทำงานไม่มีเวลาออกกำลังกายตอนเช้า? รู้ข้อดี ข้อควรระวัง และวิธีออกกำลังให้ปลอดภัยในตอนกลางคืน

10 มิถุนายน 2568 | โดย Admin Support
โภชนาการ
สำรวจ 7 อาหารเสริมยอดนิยมปี 2025 ที่คนไทยใช้มากที่สุด เพื่อดูแลสุขภาพ บำรุงร่างกาย และเสริมภูมิคุ้มก

15 กรกฎาคม 2568 | โดย Admin Support
โรคและการรักษา
ติดยังไง? ใช้ชีวิตร่วมกันได้ไหม? รวมคำตอบเข้าใจง่าย พร้อมทางป้องกันด้วย PrEP และ PEP อ่านจบ ปรับความ