กินเค็มมากไป ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร? รู้ทันโซเดียมและวิธีลดเค็มง่าย ๆ
สรุปสั้น ๆ
กินเค็มมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งความดันสูง โรคไต และหัวใจ พร้อมวิธีลดเค็มในอาหารง่าย


กินเค็มมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งความดันสูง โรคไต และหัวใจ พร้อมวิธีลดเค็มในอาหารง่าย

รสชาติอาหารที่เค็มมักถูกใจใครหลายคนเพราะช่วยเพิ่มความอร่อย แต่รู้ไหมว่าการกินเค็มมากเกินไปนั้นอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงได้! 😰 วันนี้เราจะมาดูกันว่า
ทำไมร่างกายต้องการโซเดียม?
ผลเสียของการกินเค็มเกินไปมีอะไรบ้าง?
และมีวิธีลดการบริโภคเค็มอย่างไรให้ปลอดภัยและอร่อยด้วย
โซเดียมคือแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ ช่วยในระบบประสาทและกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยควบคุมความดันโลหิตด้วย แต่ร่างกายต้องการโซเดียมในปริมาณที่พอดีเท่านั้น
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า คนทั่วไปควรบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่ากับเกลือประมาณ 5 กรัม หรือ 1 ช้อนชา) แต่คนไทยโดยเฉลี่ยกินเกลือวันละประมาณ 10 กรัม ซึ่งเกินกว่าที่แนะนำถึงเท่าตัว! 😱 [อ้างอิง: WHO]
โซเดียมในเกลือทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มากขึ้น เลือดจึงไหลเวียนในปริมาณมากกว่าปกติ ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น หากปล่อยไว้นาน ๆ จะเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และอาจเสียชีวิตได้
ไตทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด แต่การกินเค็มมากเกินไปทำให้ไตต้องทำงานหนักเพราะต้องขจัดโซเดียมส่วนเกิน เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้ไตเสื่อมและเกิดโรคไตเรื้อรัง
โซเดียมเกินทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการบวมโดยเฉพาะที่เท้า ขา และมือ บางครั้งทำให้รู้สึกหนักตัวและไม่สบายตัว
เกลือโซเดียมสูงอาจทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมากับปัสสาวะ ส่งผลให้กระดูกสูญเสียความหนาแน่น เสี่ยงกระดูกเปราะและแตกหักง่าย
เกลือมากเกินไปทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ความเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลวและโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัวเพิ่มขึ้น
ปวดศีรษะบ่อย
เหนื่อยง่าย มีอาการหายใจติดขัด
บวมตามร่างกายโดยเฉพาะขาและเท้า
ความดันโลหิตสูง
ปัสสาวะบ่อย
ใช้เครื่องเทศ สมุนไพร หรือมะนาวแทนเกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ
ลองลดการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือซอสที่มีโซเดียมสูง
หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปที่มักมีโซเดียมสูง เช่น อาหารสำเร็จรูป ไส้กรอก แฮม
เลือกสินค้าที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ หรือมีฉลาก “Low Sodium”
กินเค็มมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่าง ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง ไปจนถึงกระดูกพรุนและโรคหัวใจ การลดโซเดียมในอาหารเป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เริ่มจากการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในการกินและปรุงอาหารของเรา
World Health Organization (WHO). Salt reduction. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/salt-reduction
Mayo Clinic. Sodium: How to tame your salt habit. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/nutrition-and-healthy-eating/in-depth/sodium/art-20045479
American Heart Association. The Facts About Sodium. https://www.heart.org/en/healthy-living/healthy-eating/eat-smart/sodium
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนปรับการรักษา
เขียนและเรียบเรียงโดย Healthntier จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์และข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุข บทความได้รับการทบทวนเมื่อมีหลักฐานใหม่ หรืออย่างน้อยทุก 12 เดือน หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งทีมงาน ได้ · นโยบายบรรณาธิการ

