ตากุ้งยิงเป็นอาการที่หลายคนเคยเจอ บางคนปล่อยทิ้งไว้จนหายเอง บางคนกังวลจนไปหาหมอ แต่รู้ไหมว่าตากุ้งยิงที่หน้าตาเหมือนกันอาจเกิดจากสองสาเหตุที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และวิธีรักษาก็ต่างกันด้วย บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ว่าตากุ้งยิงคืออะไร เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน และควรดูแลรักษาอย่างไรให้หายเร็วที่สุด
ตากุ้งยิงคืออะไร?
ตากุ้งยิงในทางการแพทย์มี 2 ชนิด ที่คนมักสับสนกัน
Hordeolum — ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ
Hordeolum คือการติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลันในต่อมของเปลือกตา แบ่งตามตำแหน่งได้ 2 แบบ:
- External Hordeolum — ติดเชื้อในต่อมที่โคนขนตา (ต่อม Zeis หรือ Moll) มักเห็นเป็นตุ่มนูนแดงที่ขอบเปลือกตา
- Internal Hordeolum — ติดเชื้อในต่อมไมโบเมียน (Meibomian gland) ซึ่งอยู่ลึกกว่า มักเจ็บมากกว่าและบวมทั้งเปลือกตา
Chalazion — ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ
Chalazion คือการอุดตันของต่อมไมโบเมียนโดยไม่มีการติดเชื้อ ไขมันที่ต่อมผลิตขึ้นไม่สามารถระบายออกได้ จึงสะสมจนเกิดเป็นก้อนแข็ง
| Hordeolum | Chalazion | |
|---|---|---|
| สาเหตุ | แบคทีเรีย | ต่อมไขมันอุดตัน |
| ความเจ็บปวด | เจ็บมาก ตั้งแต่ต้น | ไม่เจ็บหรือเจ็บน้อย |
| การบวมแดง | บวมแดงชัดเจน | บวมแต่ไม่แดง |
| มีหนอง | มักมี | ไม่มี |
| ระยะหาย | 1–2 สัปดาห์ | หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน |
| การรักษา | ประคบอุ่น ยาปฏิชีวนะ | ประคบอุ่น อาจต้องผ่าตัดเล็ก |
กลไกการเกิดตากุ้งยิง
เปลือกตามีต่อมไขมันหลายชนิดที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันเพื่อหล่อลื่นและป้องกันการระเหยของน้ำตา เมื่อต่อมเหล่านี้ถูกบล็อกหรือติดเชื้อ จะเกิดการสะสมของสารคัดหลั่งและแบคทีเรีย
กระบวนการเกิด Hordeolum:
ท่อระบายของต่อมถูกบล็อก → แบคทีเรียเข้าสู่ต่อม → เกิดการอักเสบเฉียบพลัน → มีหนองสะสม → ตุ่มนูนแดงเจ็บ
กระบวนการเกิด Chalazion:
ไขมันข้นหนืดเกินไปหรือท่อระบายตีบ → ไขมันสะสมในต่อม → ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อห่อหุ้ม → เกิดก้อนแข็งที่ไม่เจ็บ
สาเหตุหลักของตากุ้งยิง
แบคทีเรีย Staphylococcus
แบคทีเรียกลุ่ม Staphylococcus aureus และ Staphylococcus epidermidis เป็นสาเหตุหลักของ Hordeolum คิดเป็นกว่า 90–95% ของกรณีตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ แบคทีเรียเหล่านี้อาศัยอยู่บนผิวหนังตามปกติ แต่จะก่อโรคเมื่อเข้าสู่ต่อมที่มีการอุดตันหรือมีบาดแผลเล็กน้อย
ต่อมไขมันอุดตัน
ต่อมไมโบเมียนในเปลือกตามีประมาณ 25–40 ต่อมต่อเปลือกตาหนึ่งข้าง เมื่อไขมันที่ผลิตข้นหนืดเกินไปหรือท่อระบายตีบแคบ ไขมันจะสะสมจนเกิด Chalazion โดยไม่จำเป็นต้องมีการติดเชื้อ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดตากุ้งยิงบ่อยขึ้น
- การใช้คอนแทคเลนส์ — โดยเฉพาะการใส่นานเกินไปหรือใส่ขณะนอนหลับ ทำให้แบคทีเรียสะสมบริเวณตามากขึ้น
- การแต่งตาบ่อย — เครื่องสำอางที่ตกค้างในต่อมไขมันเปลือกตาเป็นสาเหตุสำคัญ โดยเฉพาะอายไลเนอร์ที่ลากชิดขอบเปลือกตาด้านใน
- ตาอ่อนล้าและขาดนอน — ลดประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ง่ายขึ้น
- ประวัติเป็นซ้ำ — คนที่เคยเป็นตากุ้งยิงมีโอกาสเป็นซ้ำสูงกว่าคนทั่วไป
- โรคผิวหนังบางชนิด — เช่น Rosacea หรือ Seborrheic dermatitis ซึ่งทำให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ
- โรคเรื้อรัง — เบาหวานและโรคที่กดภูมิคุ้มกันเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ตา
อาการที่พบบ่อย
อาการของตากุ้งยิงมักเริ่มต้นทีละน้อยและพัฒนาภายใน 1–3 วัน
อาการในระยะแรก (1–2 วันแรก):
- รู้สึกคันหรือระคายเคืองบริเวณเปลือกตา
- เปลือกตาบวมเล็กน้อยและเริ่มแดง
- รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในตา
อาการในระยะที่มีหนอง (วันที่ 2–4):
- ตุ่มนูนแดงชัดเจนที่ขอบหรือกลางเปลือกตา
- เจ็บปวดเมื่อสัมผัสหรือกระพริบตา
- มีหนองสีเหลืองขาวสะสมที่ยอดตุ่ม
- น้ำตาไหลมากกว่าปกติและตาไวต่อแสง
อาการที่บ่งบอกว่าเป็น Chalazion แทน:
- ก้อนแข็งที่เปลือกตาซึ่งไม่เจ็บหรือเจ็บน้อยมาก
- ไม่มีหนองและไม่แดงมาก
- ก้อนไม่หายไปหลัง 2–3 สัปดาห์
ตัวอย่างอาการ: แยกให้ออกก่อนรักษา
การแยกประเภทให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและไม่เสียเวลา
กรณีที่ 1 — Hordeolum:
ตื่นเช้ามาเปลือกตาบวมแดง เจ็บเมื่อสัมผัส มีตุ่มนูนที่ขอบตา หลังประคบอุ่นวันละ 3–4 ครั้งติดต่อกัน 3 วัน ตุ่มแตกระบายหนองออกเองและหายสนิทภายใน 1 สัปดาห์ ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
กรณีที่ 2 — Chalazion:
เปลือกตามีก้อนแข็งขนาดเมล็ดถั่วมานานกว่า 3 สัปดาห์ ไม่เจ็บ ไม่แดง ไม่มีหนอง ประคบอุ่นแล้วก้อนไม่ยุบ สุดท้ายต้องให้จักษุแพทย์ฉีดยาชาเฉพาะที่และผ่าระบายก้อนไขมันออก หายสนิทหลังหัตถการ 1–2 สัปดาห์
กรณีที่ 3 — ต้องพบแพทย์ด่วน:
ตากุ้งยิงที่เริ่มบวมลุกลามออกนอกเปลือกตาไปที่แก้มและรอบเบ้าตา มีไข้ขึ้น และตาเริ่มมัวลง อาการเหล่านี้บ่งชี้ถึง Orbital cellulitis ที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที
วิธีรักษาตากุ้งยิง
การรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน
ประคบอุ่น — วิธีที่ได้ผลที่สุด
การประคบอุ่นเป็นการรักษาหลักทั้ง Hordeolum และ Chalazion ความร้อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้ไขมันในต่อมอ่อนตัว และเร่งการระบายหนองออกตามธรรมชาติ
วิธีทำ:
- ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น หรือถุงชาอุ่นที่บีบน้ำออกแล้ว
- ประคบบริเวณเปลือกตาที่มีอาการ 10–15 นาที
- ทำ 3–4 ครั้งต่อวัน
- อย่าบีบหรือกดตุ่มเด็ดขาด เพราะอาจทำให้การติดเชื้อลุกลาม
รักษาความสะอาดเปลือกตา
ใช้น้ำยาทำความสะอาดเปลือกตาเฉพาะทาง (Eyelid scrub) หรือสำลีชุบน้ำเกลือเช็ดบริเวณโคนขนตาเบาๆ ทุกวัน ช่วยลดแบคทีเรียสะสมและป้องกันการเกิดซ้ำ
ยาที่ใช้รักษาตากุ้งยิง
ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งปฏิชีวนะ เช่น Erythromycin หรือ Tobramycin สำหรับ Hordeolum ที่มีการติดเชื้อ ส่วนยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานใช้เฉพาะกรณีที่การติดเชื้อลุกลามออกนอกตุ่มเท่านั้น ไม่จำเป็นสำหรับตากุ้งยิงทั่วไป
การผ่าตัดเล็ก
สำหรับ Chalazion ที่ไม่หายเองหลัง 4–6 สัปดาห์ หรือ Hordeolum ที่มีหนองมากและไม่แตกเอง แพทย์จะทำการผ่าระบายด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่และกรีดเพื่อระบายหนองหรือก้อนไขมันออก เป็นหัตถการที่รวดเร็วและได้ผลดี
วิธีป้องกันตากุ้งยิง
- ล้างมือก่อนสัมผัสตาเสมอ — ลดการนำแบคทีเรียเข้าสู่ต่อมไขมันเปลือกตา
- ล้างเครื่องสำอางออกให้สะอาดก่อนนอนทุกคืน — เครื่องสำอางที่ตกค้างข้ามคืนเป็นสาเหตุสำคัญของการอุดตัน
- เปลี่ยนแปรงและเครื่องสำอางตาทุก 3–6 เดือน — เครื่องสำอางเก่าเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย
- ไม่ใช้เครื่องสำอางตาร่วมกับผู้อื่น — ป้องกันการแพร่เชื้อ
- พักสายตาและนอนหลับให้เพียงพอ — ช่วยรักษาภูมิคุ้มกันในบริเวณตา
- ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนนอนทุกครั้ง — ลดความเสี่ยงการสะสมแบคทีเรีย
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ตากุ้งยิงส่วนใหญ่หายเองได้ แต่ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเหล่านี้:
- บวมแดงลุกลามออกนอกเปลือกตา ไปที่แก้มหรือรอบดวงตา
- มีไข้สูงร่วมกับตาบวม
- ตามัว มองเห็นไม่ชัดลงอย่างชัดเจน
- ลูกตาเคลื่อนไหวลำบากหรือเจ็บเมื่อขยับตา
- ตากุ้งยิงไม่ดีขึ้นหลังรักษาเองนาน 1 สัปดาห์
- ก้อนที่เปลือกตาไม่หายภายใน 4–6 สัปดาห์
- เป็นซ้ำบ่อยมากกว่า 3 ครั้งต่อปี
อาการข้อแรกๆ อาจบ่งชี้ถึงภาวะ Orbital cellulitis ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่ลุกลามเข้าสู่เบ้าตาและต้องรักษาในโรงพยาบาลด้วยยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ
สรุป
หากสงสัยว่าตัวเองเป็นตากุ้งยิงประเภทใด ให้สังเกตจากความเจ็บปวดและการมีหนองเป็นหลัก การรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดโอกาสการเกิดซ้ำและภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก
- ตากุ้งยิงมี 2 ชนิด: Hordeolum (ติดเชื้อ เจ็บ มีหนอง) และ Chalazion (อุดตัน ไม่เจ็บ เป็นก้อนแข็ง)
- แบคทีเรีย Staphylococcus เป็นสาเหตุหลักของ Hordeolum
- การประคบอุ่น 3–4 ครั้งต่อวัน คือการรักษาหลักที่ได้ผลดีที่สุดในระยะแรก
- ห้ามบีบหรือกดตุ่มเด็ดขาด เพราะทำให้การติดเชื้อลุกลาม
- พบแพทย์ทันทีถ้าบวมลุกลาม ตามัว หรือไม่หายใน 1 สัปดาห์
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q: ตากุ้งยิงหายเองได้ไหม?
A: Hordeolum ส่วนใหญ่หายเองได้ใน 1–2 สัปดาห์ด้วยการประคบอุ่น แต่ Chalazion มักใช้เวลานานกว่าและบางรายต้องผ่าตัดเล็กเพื่อระบายก้อนออก
Q: ตากุ้งยิงติดต่อกันได้ไหม?
A: แบคทีเรียที่ก่อ Hordeolum สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสได้ ควรล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือเครื่องสำอางร่วมกัน และหลีกเลี่ยงการขยี้ตาแล้วสัมผัสคนอื่น
Q: ตากุ้งยิงบีบได้ไหม?
A: ไม่ควรบีบเด็ดขาด การบีบทำให้แบคทีเรียกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง เสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลามและอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่เปลือกตา
Q: ตากุ้งยิงกับตาเป็นเม็ดต่างกันไหม?
A: ตากุ้งยิงและตาเป็นเม็ดคือชื่อเรียกอาการเดียวกัน ทั้งสองหมายถึง Hordeolum หรือ Chalazion ซึ่งเป็นตุ่มหรือก้อนที่เปลือกตา
Q: ใส่คอนแทคเลนส์ตอนเป็นตากุ้งยิงได้ไหม?
A: ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ระหว่างที่มีอาการ เพราะจะยิ่งระคายเคืองตาและเพิ่มความเสี่ยงการแพร่กระจายของแบคทีเรีย ควรหยุดใส่จนอาการหายสนิท
Q: ตากุ้งยิงเกิดจากการกินกุ้งไหม?
A: ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย ชื่อ "ตากุ้งยิง" มาจากลักษณะตุ่มที่คล้ายกุ้งยิง ไม่ได้เกิดจากการกินกุ้งหรืออาหารทะเล สาเหตุที่แท้จริงคือแบคทีเรียและการอุดตันของต่อมไขมัน
Q: ตากุ้งยิงใช้ยาหยอดตาอะไรดี?
A: ยาหยอดตาปฏิชีวนะที่แพทย์นิยมสั่งได้แก่ Tobramycin หรือ Erythromycin ointment อย่างไรก็ตามควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน เพราะไม่ใช่ทุกกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
References
ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ได้แก่
องค์กรสุขภาพระดับสากล
- American Academy of Ophthalmology. (2024). Stye (Hordeolum) and Chalazion. aao.org
- Mayo Clinic Staff. (2024). Sty — Symptoms and causes. mayoclinic.org
- Cleveland Clinic. (2024). Stye (Hordeolum): Causes, Symptoms & Treatment. clevelandclinic.org
- National Eye Institute. (2023). Eyelid Problems. nei.nih.gov
หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศไทย
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลโรคตาเบื้องต้น. dms.go.th






