โรคเก๊าเกิดจากอะไร? 🍖⚠️ รู้ทันก่อนปวดข้อเรื้อรัง
โรคเก๊า หรือที่เรียกว่า Gout เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากกรดยูริก (Uric Acid) สะสมในร่างกายมากเกินไปจนเกิดการตกผลึกในข้อ ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด บวม แดง และร้อนบริเวณข้อ โดยเฉพาะข้อเท้าและนิ้วโป้ง 🦶
แม้โรคเก๊าจะดูเหมือนเป็นปัญหาข้อธรรมดา แต่ถ้าไม่ดูแลและรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้ข้อเสื่อมและเสียความสามารถในการใช้งานได้
สาเหตุของโรคเก๊า ❓
โรคเก๊าส่วนใหญ่เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือดที่สูงผิดปกติ (Hyperuricemia) สาเหตุหลัก ๆ ได้แก่
1. ร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไป
บางคนมีการเผาผลาญที่ผิดปกติ ทำให้เกิดกรดยูริกมากเกินไปในร่างกาย
2. ขับกรดยูริกได้น้อย
ไตที่ไม่สามารถขจัดกรดยูริกได้ดี ทำให้กรดยูริกสะสมในเลือด
3. กินอาหารที่มีปริมาณพิวรีนสูง 🍖🦐
อาหารบางชนิด เช่น เนื้อแดง, อาหารทะเล, เครื่องในสัตว์, เหล้า และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ส่งผลให้กรดยูริกเพิ่มขึ้น
4. ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
-
น้ำหนักตัวเกิน (โรคอ้วน)
-
ความดันโลหิตสูง
-
โรคไตเรื้อรัง
-
การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ
-
ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป 🍻
อาการโรคเก๊าที่พบได้บ่อย ⚠️
-
ปวดข้อเฉียบพลันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะข้อเท้าและนิ้วโป้ง
-
ข้อบวม แดง ร้อน และอักเสบ
-
อาการมักเกิดขึ้นตอนกลางคืน หรือตอนเช้า
-
อาจมีไข้ร่วมด้วยในบางครั้ง
-
หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดก้อนโทฟัส (Tophus) หรือก้อนกรดยูริกสะสมตามข้อและเนื้อเยื่อ






