วิธีแก้ก้างปลาติดคอที่ถูกต้องและปลอดภัย
ซีรีส์ “ก้างปลาติดคอ” · อ่านแล้ว 0 จาก 4 เรื่องบทความนี้คือเรื่องที่ 2ดูทั้งซีรีส์สรุปสั้น ๆ
วิธีแก้ก้างปลาติดคอตามคำแนะนำแพทย์ พร้อมเหตุผลที่ไม่ควรกลืนข้าวก้อนใหญ่ และสัญญาณที่ควรรีบไปโรงพยาบาล


วิธีแก้ก้างปลาติดคอตามคำแนะนำแพทย์ พร้อมเหตุผลที่ไม่ควรกลืนข้าวก้อนใหญ่ และสัญญาณที่ควรรีบไปโรงพยาบาล

“ก้างปลาติดคอ” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะในประเทศที่นิยมรับประทานปลาเป็นอาหารหลัก หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่กินปลาอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีของแหลมติดอยู่ในลำคอ ทำให้กลืนลำบาก เจ็บคอ หรือระคายเคือง
อ่านเพิ่มเติม: ก้างปลาติดคอเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หลายคนมักใช้วิธีพื้นบ้าน เช่น กลืนข้าวก้อนใหญ่ กลืนกล้วย หรือดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อหวังให้ก้างปลาหลุดลงไป แต่ในความเป็นจริง วิธีเหล่านี้อาจไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย และบางครั้งอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น
บทความนี้จะอธิบาย วิธีแก้ก้างปลาติดคออย่างถูกต้องและปลอดภัยตามคำแนะนำทางการแพทย์ รวมถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง และการสังเกตอาการหลังจากเอาก้างออก
ก้างปลามักมีลักษณะ บาง แข็ง และปลายแหลม เมื่อเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดหรือเผลอกลืนเร็วเกินไป ก้างปลาสามารถติดอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ในลำคอได้ เช่น
โคนลิ้น
ต่อมทอนซิล
ผนังคอด้านหลัง
หลอดอาหารส่วนต้น
เมื่อก้างปลาติดอยู่ในบริเวณเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการ เช่น
เจ็บคอทันทีหลังกินปลา
รู้สึกเหมือนมีของแหลมติดอยู่
กลืนลำบาก
ระคายเคืองคอ
ในบางกรณี หากก้างปลามีขนาดใหญ่หรือแทงลึก อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือแผลในลำคอได้
หนึ่งในวิธีที่คนไทยใช้กันมานานคือ การกลืนข้าวก้อนใหญ่เพื่อดันก้างปลาให้ลงไปในกระเพาะ แต่แพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำวิธีนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงหลายประการ
เมื่อกลืนข้าวก้อนใหญ่ แรงดันจากอาหารอาจทำให้ก้างปลาถูกดันเข้าไปลึกกว่าเดิม ซึ่งทำให้เอาออกยากขึ้น
ก้างปลาที่แหลมสามารถ แทงเข้าไปในเนื้อเยื่อของลำคอหรือหลอดอาหาร ทำให้เกิดแผลและการอักเสบ
หากก้างปลาทะลุเนื้อเยื่อ อาจทำให้เกิดภาวะรุนแรง เช่น
การติดเชื้อในลำคอ
ฝีในลำคอ
การอักเสบของหลอดอาหาร
ดังนั้น การใช้วิธีนี้จึงไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยเสมอไป
หากก้างปลาติดคอ ควรใช้วิธีที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
การดื่มน้ำสามารถช่วยให้ก้างปลาที่ติดตื้น ๆ หลุดออกได้ บางครั้งการบ้วนคอเบา ๆ อาจช่วยให้ก้างหลุดออกมาเอง
อย่างไรก็ตาม ควรทำอย่างระมัดระวัง และไม่ควรกลืนอาหารก้อนใหญ่เพื่อดันก้างลงไป
หากก้างปลาติดอยู่บริเวณด้านบนของลำคอ การไอเบา ๆ อาจช่วยให้ร่างกายขับก้างออกมาเองตามธรรมชาติ
ในบางกรณี ก้างปลาอาจติดอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ เช่น บริเวณต่อมทอนซิล หากเห็นชัดและอยู่ตื้น ๆ อาจใช้ไฟฉายช่วยส่องดู
แต่ไม่ควรใช้ของแหลม เช่น ไม้จิ้มฟัน หรืออุปกรณ์แข็ง ๆ เขี่ยก้างปลา เพราะอาจทำให้เกิดแผลหรือดันก้างเข้าไปลึกกว่าเดิม
หากลองวิธีเบื้องต้นแล้วก้างปลายังไม่หลุด หรือรู้สึกเจ็บมาก ควรไปพบแพทย์หรือโรงพยาบาล
แพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น
ไฟส่องตรวจลำคอ
คีมขนาดเล็กสำหรับคีบก้างปลา
กล้องส่องลำคอหรือหลอดอาหาร
การเอาก้างปลาออกโดยแพทย์มักใช้เวลาไม่นาน และปลอดภัยกว่าการพยายามเอาออกเอง
บางกรณี ก้างปลาติดคออาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที
เจ็บคอมาก
กลืนอาหารไม่ได้
กลืนน้ำลายลำบาก
มีเลือดออกจากคอ
หายใจลำบาก
รู้สึกว่าก้างปลาติดลึกลงไป
อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าก้างปลา แทงลึกหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บในลำคอ
หลังจากเอาก้างปลาออกแล้ว อาจยังรู้สึกระคายเคืองคอเล็กน้อยได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อในลำคอถูกก้างปลาขูดหรือแทง
อาการที่พบได้ เช่น
เจ็บคอเล็กน้อย
ระคายเคืองเวลกลืน
รู้สึกเหมือนยังมีก้างติดอยู่
อาการเหล่านี้มักดีขึ้นภายใน 1–2 วัน
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์
เจ็บคอมากขึ้น
มีไข้
กลืนลำบากมากขึ้น
ปวดลึกในคอหรือหน้าอก
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ การติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน
แม้ว่าก้างปลาจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ
เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
ระวังก้างปลาโดยเฉพาะปลาที่มีก้างเล็กจำนวนมาก
ไม่พูดหรือหัวเราะขณะกำลังกินปลา
เลือกปลาแล่หรือปลาที่เอาก้างออกแล้ว
สำหรับเด็กเล็ก ควรช่วยตรวจสอบก้างปลาก่อนให้รับประทานเสมอ
ก้างปลาติดคอเป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อย แต่การจัดการอย่างถูกต้องมีความสำคัญมาก วิธีพื้นบ้านอย่าง กลืนข้าวก้อนใหญ่หรือกลืนอาหารก้อนใหญ่ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย เพราะอาจทำให้ก้างปลาแทงลึกและเกิดการบาดเจ็บได้
วิธีแก้ก้างปลาติดคอที่ปลอดภัย ได้แก่
ดื่มน้ำหรือบ้วนคอเบา ๆ
ไอเบา ๆ
ตรวจดูในกระจก
ไปพบแพทย์หากเอาออกไม่ได้
หากมีอาการรุนแรง เช่น เจ็บมาก กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก ควรไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
A: หากรู้สึกว่าก้างปลาติดคอ ควรลองดื่มน้ำหรือบ้วนคอเบา ๆ เพื่อช่วยให้ก้างที่ติดตื้นหลุดออกเองได้ หากยังรู้สึกเจ็บหรือมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการกลืนอาหารก้อนใหญ่ และพิจารณาไปพบแพทย์เพื่อตรวจลำคอ
A: วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่แพทย์แนะนำ เพราะการกลืนข้าวก้อนใหญ่สามารถดันก้างปลาให้แทงลึกเข้าไปในลำคอหรือหลอดอาหาร ทำให้เกิดแผลหรือการอักเสบได้
A: ในบางกรณี ก้างปลาที่ติดตื้นอาจหลุดออกเองเมื่อดื่มน้ำหรือไอเบา ๆ แต่หากยังมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก หรือรู้สึกว่ามีก้างติดอยู่นานหลายชั่วโมง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
A: ควรไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้ เช่น เจ็บคอมาก กลืนอาหารไม่ได้ กลืนน้ำลายลำบาก หายใจลำบาก หรือมีเลือดออกจากคอ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าก้างปลาแทงลึกหรือเกิดการบาดเจ็บในลำคอ
A: หลังจากเอาก้างปลาออกแล้ว เนื้อเยื่อในลำคออาจเกิดการระคายเคืองหรือมีแผลเล็ก ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนยังมีก้างติดอยู่ อาการนี้มักดีขึ้นภายใน 1–2 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์
American Academy of Otolaryngology – Foreign bodies in the throat
Mayo Clinic – Swallowed foreign objects
National Health Service (NHS) – Fish bone stuck in throat
MedlinePlus – Esophageal foreign body
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนปรับการรักษา
ซีรีส์บทความ
อ่านแล้ว 0 จาก 4 เรื่อง
เขียนและเรียบเรียงโดย Healthntier จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์และข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุข บทความได้รับการทบทวนเมื่อมีหลักฐานใหม่ หรืออย่างน้อยทุก 12 เดือน หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งทีมงาน ได้ · นโยบายบรรณาธิการ

