วิธีแก้ก้างปลาติดคอที่ถูกต้อง ปลอดภัย ไม่เสี่ยงอันตราย
“ก้างปลาติดคอ” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะในประเทศที่นิยมรับประทานปลาเป็นอาหารหลัก หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่กินปลาอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีของแหลมติดอยู่ในลำคอ ทำให้กลืนลำบาก เจ็บคอ หรือระคายเคือง
อ่านเพิ่มเติม: ก้างปลาติดคอเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หลายคนมักใช้วิธีพื้นบ้าน เช่น กลืนข้าวก้อนใหญ่ กลืนกล้วย หรือดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อหวังให้ก้างปลาหลุดลงไป แต่ในความเป็นจริง วิธีเหล่านี้อาจไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย และบางครั้งอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น
บทความนี้จะอธิบาย วิธีแก้ก้างปลาติดคออย่างถูกต้องและปลอดภัยตามคำแนะนำทางการแพทย์ รวมถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง และการสังเกตอาการหลังจากเอาก้างออก
ก้างปลาติดคอเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก้างปลามักมีลักษณะ บาง แข็ง และปลายแหลม เมื่อเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดหรือเผลอกลืนเร็วเกินไป ก้างปลาสามารถติดอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ในลำคอได้ เช่น
-
โคนลิ้น
-
ต่อมทอนซิล
-
ผนังคอด้านหลัง
-
หลอดอาหารส่วนต้น
เมื่อก้างปลาติดอยู่ในบริเวณเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการ เช่น
-
เจ็บคอทันทีหลังกินปลา
-
รู้สึกเหมือนมีของแหลมติดอยู่
-
กลืนลำบาก
-
ระคายเคืองคอ
ในบางกรณี หากก้างปลามีขนาดใหญ่หรือแทงลึก อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือแผลในลำคอได้
ทำไม “กลืนข้าวก้อนใหญ่” ไม่ใช่วิธีที่ดี
หนึ่งในวิธีที่คนไทยใช้กันมานานคือ การกลืนข้าวก้อนใหญ่เพื่อดันก้างปลาให้ลงไปในกระเพาะ แต่แพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำวิธีนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงหลายประการ
อาจทำให้ก้างปลาแทงลึกขึ้น
เมื่อกลืนข้าวก้อนใหญ่ แรงดันจากอาหารอาจทำให้ก้างปลาถูกดันเข้าไปลึกกว่าเดิม ซึ่งทำให้เอาออกยากขึ้น
เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของลำคอ
ก้างปลาที่แหลมสามารถ แทงเข้าไปในเนื้อเยื่อของลำคอหรือหลอดอาหาร ทำให้เกิดแผลและการอักเสบ
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน
หากก้างปลาทะลุเนื้อเยื่อ อาจทำให้เกิดภาวะรุนแรง เช่น
-
การติดเชื้อในลำคอ
-
ฝีในลำคอ
-
การอักเสบของหลอดอาหาร
ดังนั้น การใช้วิธีนี้จึงไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยเสมอไป
วิธีแก้ก้างปลาติดคอที่แพทย์แนะนำ
หากก้างปลาติดคอ ควรใช้วิธีที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
1. ดื่มน้ำหรือบ้วนคอเบา ๆ
การดื่มน้ำสามารถช่วยให้ก้างปลาที่ติดตื้น ๆ หลุดออกได้ บางครั้งการบ้วนคอเบา ๆ อาจช่วยให้ก้างหลุดออกมาเอง
อย่างไรก็ตาม ควรทำอย่างระมัดระวัง และไม่ควรกลืนอาหารก้อนใหญ่เพื่อดันก้างลงไป
2. ไอเบา ๆ
หากก้างปลาติดอยู่บริเวณด้านบนของลำคอ การไอเบา ๆ อาจช่วยให้ร่างกายขับก้างออกมาเองตามธรรมชาติ
3. ตรวจดูในกระจก
ในบางกรณี ก้างปลาอาจติดอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ เช่น บริเวณต่อมทอนซิล หากเห็นชัดและอยู่ตื้น ๆ อาจใช้ไฟฉายช่วยส่องดู
แต่ไม่ควรใช้ของแหลม เช่น ไม้จิ้มฟัน หรืออุปกรณ์แข็ง ๆ เขี่ยก้างปลา เพราะอาจทำให้เกิดแผลหรือดันก้างเข้าไปลึกกว่าเดิม
4. ไปพบแพทย์
หากลองวิธีเบื้องต้นแล้วก้างปลายังไม่หลุด หรือรู้สึกเจ็บมาก ควรไปพบแพทย์หรือโรงพยาบาล
แพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น
-
ไฟส่องตรวจลำคอ
-
คีมขนาดเล็กสำหรับคีบก้างปลา
-
กล้องส่องลำคอหรือหลอดอาหาร
การเอาก้างปลาออกโดยแพทย์มักใช้เวลาไม่นาน และปลอดภัยกว่าการพยายามเอาออกเอง






