🚨 หากเจอ “คนจมน้ำ” ควรทำอย่างไร? คู่มือช่วยชีวิตที่ทุกคนควรรู้
“การจมน้ำ” เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น 🧒🏻 หลายครั้งเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที และสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ “ความตกใจ” ของคนที่อยู่รอบ ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรดี
การช่วยคนจมน้ำอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยชีวิตผู้อื่นได้เท่านั้น แต่ยังป้องกันไม่ให้เรากลายเป็น “เหยื่อเพิ่ม” อีกด้วย 💔
มาดูกันว่าหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ ควรตั้งสติและทำอะไร “ก่อน” “ระหว่าง” และ “หลัง” การช่วยเหลือ
🧠 ขั้นที่ 1: ตั้งสติและประเมินสถานการณ์
ก่อนจะรีบลงไปช่วย อย่าลืมสิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าเสี่ยงชีวิตตัวเอง”
เพราะผู้ที่จมน้ำมักจะตื่นกลัวและพยายามคว้าทุกอย่างไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ช่วยถูกดึงจมไปด้วย
✅ สิ่งที่ควรทำทันทีคือ
-
หยุด! และ “ตั้งสติ”
-
สังเกตบริเวณโดยรอบว่าปลอดภัยไหม เช่น มีไฟฟ้าในน้ำไหม? เป็นน้ำนิ่งหรือน้ำไหล?
-
ประเมินระยะห่าง ถ้าอยู่ไกลเกินเอื้อม ให้ “เรียกขอความช่วยเหลือ” ทันที เช่น โทร 1669 (กู้ชีพฉุกเฉิน)
🦺 ขั้นที่ 2: ตะโกนขอความช่วยเหลือ
อย่าพยายามช่วยเพียงลำพัง ❗
ตะโกนให้คนรอบข้างรู้ว่า “มีคนจมน้ำ!” เพื่อให้คนอื่นมาช่วย เช่น นำอุปกรณ์ลอยน้ำมา หรือโทรหาหน่วยกู้ชีพ
💬 การตะโกนและขอความช่วยเหลือทันที อาจช่วยให้มีคนมาเสริมได้เร็วขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสรอดมากกว่าทำคนเดียวหลายเท่า
🪢 ขั้นที่ 3: “ช่วยโดยไม่ลงน้ำ” ถ้าเป็นไปได้
หลักสากลของการช่วยชีวิตในน้ำคือ
❝ “Reach – Throw – Row – Go” ❞
หรือ “เอื้อม – ขว้าง – ใช้เรือ – ค่อยลงไป” ตามลำดับ
-
Reach (เอื้อม):
-
ใช้สิ่งของยื่นให้ผู้จมน้ำเกาะ เช่น ไม้กวาด ท่อนไม้ เชือก เสื้อ หรือผ้า
-
ถ้าอยู่ริมบ่อหรือสระน้ำ ให้หมอบลงกับพื้นเพื่อลดแรงดึง แล้วค่อย ๆ ดึงเขาเข้ามา
-
-
Throw (ขว้าง):
-
หากอยู่ไกลเกินเอื้อม ให้ขว้างของที่ลอยน้ำได้ เช่น ขวดน้ำ เสื้อชูชีพ ห่วงยาง หรือขวดพลาสติกที่มีอากาศในขวด
-
-
Row (ใช้เรือ):
-
หากมีเรือ ให้ใช้เรือพายเข้าใกล้ และช่วยด้วยของที่ยื่นได้ ห้ามลงน้ำโดยไม่จำเป็น
-
-
Go (ลงน้ำช่วย):
-
เป็น “ทางเลือกสุดท้าย” เฉพาะเมื่อคุณว่ายน้ำแข็งและมีทักษะกู้ภัย
-
ถ้าต้องลงไปจริง ควรถือสิ่งของไว้ให้ผู้ประสบเหตุเกาะ เช่น ท่อนไม้ เพื่อกันไม่ให้เขาคว้าร่างเราโดยตรง
-
💨 ขั้นที่ 4: เมื่อช่วยขึ้นจากน้ำได้แล้ว ให้รีบตรวจชีพจรและหายใจ
หลังจากพาคนจมน้ำขึ้นฝั่งได้แล้ว ต้องรีบตรวจดูว่า “ยังมีสติหรือไม่”
🫁 ถ้าหมดสติ แต่ยังมีการหายใจ:
-
จัดท่าให้นอนตะแคง ศีรษะหงายเล็กน้อย เพื่อให้น้ำและสิ่งค้างในปากไหลออก
-
คลายเสื้อผ้าแน่น ๆ เพื่อให้หายใจสะดวก
🚫 ถ้าไม่หายใจ ไม่ตอบสนอง ไม่มีชีพจร:
-
โทร 1669 ทันที
-
เริ่มทำ CPR (ปั๊มหัวใจ)
💓 วิธีทำ CPR เบื้องต้น
-
วางส้นมือข้างหนึ่งไว้ที่กลางหน้าอก (ระหว่างหัวนม)
-
วางอีกมือทับไว้ กดลงแรงและเร็ว ความลึกประมาณ 5 ซม.
-
ทำต่อเนื่อง 100–120 ครั้งต่อนาที
-
หากทำได้ ให้สลับกับการเป่าปาก (30:2) คือ กดหน้าอก 30 ครั้ง แล้วเป่าปาก 2 ครั้ง
⚡ หากไม่มั่นใจในการเป่าปาก ให้ทำ “CPR แบบไม่เป่าปาก” (Hands-only CPR) ไปเรื่อย ๆ จนกว่าหน่วยกู้ชีพมาถึง
🧴 ขั้นที่ 5: ห้ามกระโดดขึ้นบนหน้าอกหรืออุ้มคว่ำให้น้ำออก
เป็นความเชื่อผิด ๆ ที่ยังพบได้บ่อย ❌
การอุ้มคว่ำหรือกระโดดบนหน้าอกไม่ช่วยให้น้ำออกจากปอด แต่จะทำให้ปอดและกระดูกซี่โครงบาดเจ็บมากขึ้น
น้ำในปอดไม่ได้ออกมาทางปากแบบในหนัง แต่ต้องให้ร่างกาย “กลับมาหายใจเอง” ผ่านการทำ CPR
🚑 ขั้นที่ 6: ส่งต่อโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
แม้จะช่วยฟื้นคืนชีพได้แล้ว แต่ผู้จมน้ำมักมี น้ำเข้าสู่ปอด หรือ ขาดออกซิเจนในสมอง
จึงควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ตรวจระดับออกซิเจนและภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ
💡 สรุป: การช่วยคนจมน้ำ ต้องมี “สติ มากกว่าแรง”
หลายคนที่ตั้งใจช่วยกลับกลายเป็นผู้เสียชีวิตเพิ่ม เพราะขาดการประเมินและลงน้ำโดยไม่มีอุปกรณ์ ⚠️
สิ่งสำคัญคือ
🧠 ตั้งสติ – 📞 ขอความช่วยเหลือ – 🦺 ใช้อุปกรณ์แทนตัว – 💓 ทำ CPR ทันทีถ้าหยุดหายใจ
หากทุกคนรู้ขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้ จะช่วยลดการสูญเสียจากเหตุจมน้ำได้อย่างมาก
❓ FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: ถ้าเจอคนจมน้ำแต่กลัวน้ำ ทำอะไรได้บ้าง?
A: อย่าลงน้ำ ให้ตะโกนขอความช่วยเหลือ หาของลอยน้ำโยนให้ และโทรแจ้ง 1669 ทันที
Q: คนจมน้ำต้องเอาน้ำออกจากปอดไหม?
A: ไม่จำเป็น! น้ำในปอดจะถูกดูดซึมออกเอง สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เขากลับมาหายใจได้โดยเร็ว
Q: ถ้าช่วยขึ้นมาแล้วอาเจียน ควรทำอย่างไร?
A: ให้จัดท่านอนตะแคงศีรษะต่ำ เพื่อป้องกันสำลัก แล้วรีบส่งโรงพยาบาล
📚 แหล่งอ้างอิง
-
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข — แนวทางช่วยเหลือผู้จมน้ำ
-
สภากาชาดไทย — การทำ CPR และช่วยฟื้นคืนชีพ
-
WHO: Drowning Prevention Guidelines
-
ThaiRescue.org — ขั้นตอนช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในน้ำ






