เลือกครีมกันแดดแบบไหนดี? แนะนำวิธีเลือกให้เหมาะกับผิวและไลฟ์สไตล์
สรุปสั้น ๆ
แสงแดดทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คิด มาดูวิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย พร้อ


แสงแดดทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คิด มาดูวิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย พร้อ

แสงแดดอาจเป็นศัตรูเงียบของผิวโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะรังสียูวีในแสงแดดสามารถทำร้ายผิวลึกถึงชั้นคอลลาเจน ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย การเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวและกิจกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
UVA (อัลตราไวโอเลตเอ)
มีความสามารถทะลุผิวชั้นลึก ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยและเกิดริ้วรอย
อยู่ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
UVB (อัลตราไวโอเลตบี)
ทำให้ผิวไหม้ แสบแดด และเป็นต้นเหตุของมะเร็งผิวหนัง
รุนแรงช่วงแดดแรง (10.00–16.00 น.)
ดังนั้นครีมกันแดดที่ดี ควรป้องกันทั้ง UVA และ UVB เพื่อปกป้องผิวได้อย่างครอบคลุม
ผิวแห้ง
ควรเลือกสูตรที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เช่น glycerin หรือ hyaluronic acid เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้น
ผิวมัน / เป็นสิว
มองหาคำว่า oil-free, non-comedogenic หรือเนื้อบางเบาแบบเจล เพื่อไม่ทำให้อุดตัน
ผิวแพ้ง่าย
หลีกเลี่ยงส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ใช้ physical sunscreen เป็นหลัก เช่น ซิงค์ออกไซด์
ผิวสองสี / ผิวคล้ำ
เลือกครีมกันแดดที่ไม่ทิ้งคราบขาว หรือเนื้อเบสสีเนื้อเพื่อให้หน้าดูเป็นธรรมชาติ
ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับใบหน้า คือประมาณสองข้อนิ้ว หรือ 0.8–1 กรัม
ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือมีกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก
ทำงานในร่ม: ใช้ SPF 30 / PA++ ก็เพียงพอ
เดินทางนอกอาคาร: เลือก SPF 50 / PA+++ เพื่อการปกป้องสูงสุด
ว่ายน้ำ / วิ่ง: เลือกสูตร Water-Resistant และ Sweat-Proof
แต่งหน้า: เลือกแบบเบสกันแดด หรือกันแดดที่มีสีเพื่อใช้แทนรองพื้น
SPF (Sun Protection Factor): บอกความสามารถในการป้องกันรังสี UVB
SPF 30 ป้องกัน UVB ได้ 96.7%
SPF 50 ป้องกัน UVB ได้ 98%
PA (Protection Grade of UVA): บอกระดับการป้องกันรังสี UVA
PA+ ป้องกันได้เล็กน้อย
PA++++ ป้องกันได้ดีที่สุด
หลายคนอาจมองข้ามการทาครีมกันแดด เพราะคิดว่าไม่ได้อยู่กลางแจ้งนาน หรือคิดว่าผิวแทนแล้วก็ไม่ต้องกลัวแสงแดด แต่จริงๆ แล้ว การไม่ปกป้องผิวจากรังสียูวีมีผลเสียมากกว่าที่คิดมากมายครับ เช่น
ผิวแก่ก่อนวัย (Premature Aging)
รังสี UVA สามารถทะลุชั้นผิวหนังลึกลงไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ทำให้ผิวยืดหยุ่นและดูอ่อนเยาว์ เมื่อถูกทำลายมากขึ้น ริ้วรอยเหี่ยวย่น ฝ้า กระ จุดด่างดำก็จะเกิดขึ้นเร็วกว่าอายุจริงหลายปี
ความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer Risk)
การโดนรังสียูวีโดยไม่ป้องกัน ทำให้ DNA ในเซลล์ผิวหนังถูกทำลาย และเพิ่มโอกาสเกิดเซลล์ผิดปกติที่นำไปสู่มะเร็งผิวหนังได้ โดยเฉพาะชนิด melanoma ซึ่งอันตรายและรักษายาก
ผิวไหม้และลอกเป็นประจำ
เมื่อโดนแดดแรงโดยไม่ทากันแดด ผิวจะเกิดอาการไหม้ แสบแดง รู้สึกเจ็บ และอาจลอกเป็นขุย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผิวได้รับความเสียหายและอักเสบ
สีผิวไม่สม่ำเสมอ และเกิดฝ้า กระ
แสงแดดกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินทำงานมากขึ้น เมื่อไม่มีการป้องกันผิวจึงเกิดฝ้ากระ จุดด่างดำ รวมถึงผิวคล้ำลงแบบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวดูหมอง ไม่เรียบเนียน
ระบบภูมิคุ้มกันผิวอ่อนแอ
รังสียูวียังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในผิวอ่อนแอลง ส่งผลให้ผิวมีโอกาสติดเชื้อหรืออักเสบง่ายขึ้น
เพิ่มโอกาสผิวแพ้ง่ายและระคายเคือง
แสงแดดที่ไม่มีการป้องกัน อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง บวม แดง หรือเกิดผื่นแพ้ โดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่ายอยู่แล้ว
ทำให้การรักษาผิวเสียเวลานานขึ้น
เมื่อผิวได้รับความเสียหายจากแดดบ่อยครั้ง การฟื้นฟูผิวจะยากและใช้เวลานานกว่าเดิม การทาครีมบำรุงหรือการทำทรีตเมนต์จึงได้ผลช้ากว่าปกติ
แสงแดดไม่ได้มีแค่กลางแจ้งเท่านั้นนะครับ แม้กระทั่งในร่ม รังสี UVA ก็สามารถผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาทำร้ายผิวเราได้ และแสงหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์เองก็มีผลต่อผิวเช่นกัน ถึงแม้จะน้อยกว่า การทาครีมกันแดดเป็นประจำจึงช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ดี
อย่าลืมทาครีมกันแดดบริเวณลำคอและหลังมือ เพราะบางครั้งเรามักโฟกัสแต่หน้า แต่บริเวณอื่นก็โดนแดดไม่แพ้กัน
ใช้ครีมกันแดดชนิดที่เหมาะกับกิจกรรม เช่น ถ้าว่ายน้ำควรเลือกสูตรกันน้ำ
ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง โดยเฉพาะถ้าคุณเหงื่อออกหรืออยู่กลางแจ้งนาน
เลือกครีมกันแดดที่ไม่อุดตันรูขุมขน สำหรับคนผิวมันหรือเป็นสิว
การเลือกครีมกันแดด ไม่ควรเลือกเพียงเพราะโฆษณาหรือสีสันแพ็กเกจ แต่ควรดูให้เหมาะกับ สภาพผิว, กิจกรรมประจำวัน, และที่สำคัญที่สุดคือการ ทาครีมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องจากรังสียูวีอย่างแท้จริง
เพราะ “การดูแลผิว” ไม่ได้จบแค่ล้างหน้าและทาครีมบำรุง แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การป้องกันรังสีที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของปัญหาผิวมากมายในระยะยาวครับ 😊
American Academy of Dermatology Association (AAD)
Skin Cancer Foundation
Mayo Clinic: Sunscreen: How to help protect your skin from the sun
World Health Organization (WHO) — Ultraviolet radiation and skin cancer
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนปรับการรักษา
เขียนและเรียบเรียงโดย Healthntier จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์และข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุข บทความได้รับการทบทวนเมื่อมีหลักฐานใหม่ หรืออย่างน้อยทุก 12 เดือน หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งทีมงาน ได้ · นโยบายบรรณาธิการ

