⚕️ โรคกระเพาะอาหารคืออะไร? รู้ทันอาการก่อนลุกลาม!
“โรคกระเพาะอาหาร” หรือ Gastritis คือภาวะที่เยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบ อาจเป็นแบบเฉียบพลัน (acute) หรือเรื้อรัง (chronic) ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori การใช้ยา NSAIDs ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือมีภาวะความเครียดเรื้อรัง
🔍 อาการสำคัญที่ควรรู้
ผู้ป่วยโรคกระเพาะมักมีอาการดังนี้:
-
ปวดแน่นหรือแสบบนท้องส่วนบน (ใต้ลิ้นปี่) เป็น ๆ หาย ๆ มักแย่เวลาท้องว่างหรือกลางคืน
-
คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะหลังกินอาหาร หรือในบางรายอาเจียนเป็นเลือดหรือมีสีคล้ายกาแฟ
-
รู้สึกอิ่มเร็ว ท้องอืด เรอบ่อยแน่นท้อง แม้กินน้อยก็อึดอัด
-
เบื่ออาหาร น้ำหนักลดกะทันหัน จากความไม่สบายท้องเรื้อรัง
-
อุจจาระดำหรือถ่ายเป็นเลือด, เวียนศีรษะ เนื่องจากเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
อาการอาจเกิดเฉียบพลันหรือค่อยเป็นค่อยไป และบางคนไม่มีอาการเลยในช่วงเริ่มแรก
🧪 สาเหตุและกลไกของโรค
-
เชื้อแบคทีเรีย H. pylori เป็นสาเหตุหลัก ทำให้เยื่อบุเสียหายและอักเสบ
-
ยา NSAIDs และแก้ปวดชนิดอื่น เช่น แอสไพริน โดโลเฟแนก เป็นต้น ทำให้เยื่อบุกระเพาะถูกกัดเซาะ
-
พฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีน และสตรีสเรื้อรัง
-
ภาวะภูมิต้านตนเองหรือการไหลย้อนของน้ำดี (bile reflux) ก็สามารถกระตุ้นให้เกิด gastritis ได้เช่นกัน
🩺 การตรวจวินิจฉัย
-
เริ่มด้วยการถามอาการและตรวจร่างกาย
-
ตรวจเลือด/อุจจาระเพื่อหาเชื้อ H. pylori และการติดเชื้ออื่น
-
ถ้าอาการเรื้อรังหรือมีเลือดออก ต้องตรวจ ส่องกล้องกระเพาะอาหาร (EGD) เพื่อประเมินเยื่อบุและแผลในกระเพาะ
💊 การรักษา: อยู่ที่สาเหตุและความรุนแรง
โรคเฉียบพลัน (Acute gastritis)
-
พักผ่อน ดื่มน้ำ และหลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น ยาแสลง อาหารเผ็ดหรือเครื่องดื่มร้อน/เย็นจัด
-
อาจใช้ ยา antacids, H2-blockers หรือ PPIs ช่วยลดกรดในกระเพาะ
โรคเรื้อรัง (Chronic gastritis)
-
หากตรวจพบ H. pylori แพทย์จะให้ยา Antibiotics พร้อม PPI หรือ bismuth-based therapy
-
หากเกิดจาก NSAIDs หรือแอลกอฮอล์ ให้หยุดใช้ยาและปรับพฤติกรรม
-
ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเสริมวิตามิน B12 หากมีภาวะ pernicious anemia
การรักษาต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์ช่วยให้อาการดีขึ้นและเยื่อบุกระเพาะมีโอกาสฟื้นตัว
🚨 เมื่อใดควรไปพบแพทย์ทันที?
หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วย:
-
อาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระดำคล้ายน้ำมันมะตอย
-
ปวดท้องรุนแรงอย่างเฉียบพลัน
-
อ่อนแรง วิงเวียน หรือซีดผิดปกติ
-
อาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาและปรับพฤติกรรม 1–2 สัปดาห์
⚕️ ป้องกันอย่างไรให้ห่างไกลโรค?
-
✅ ล้างมือก่อนกินอาหาร
-
✅ ทานอาหารสุก สะอาด และหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด
-
✅ ลดหรือเลิกใช้ NSAIDs / งดสุรา / ลดคาเฟอีน
-
✅ จัดการความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ
-
✅ สังเกตอาการเบื้องต้น เช่น ปวดท้องเรื้อรังหรืออาเจียนบ่อย และไปตรวจเมื่อต้องการ
📌 สรุป
โรคกระเพาะอาหารเกิดได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยสาเหตุหลักมาจาก H. pylori, ยาแก้ปวด และพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ อาการเริ่มต้นมักเป็นจุกแน่น ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน หรือเบื่ออาหาร แต่หากละเลยอาจพัฒนาเป็นแผลหรือเลือดออกในกระเพาะได้ การสังเกตอาการอย่างละเอียด รักษาอย่างเหมาะสม และแก้พฤติกรรมเสี่ยง จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและรักษาคุณภาพชีวิตได้ครับ
📚 อ้างอิง
-
Mayo Clinic – Gastritis Symptoms and Causes
-
VeryWell Health – Chronic / Acute Gastritis
-
Merck Manual – Gastritis and Peptic Ulcer Disease
-
NewYork‑Presbyterian & NIH – Symptoms & Causes






